posttoday
ยุคพลังงานทดแทน

ยุคพลังงานทดแทน

18 กรกฎาคม 2556

คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติปรับแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกใน 10 ปี (AEDP) โดยเพิ่มเป้าหมายการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนทุกประเภทรวมอีก 4,726 เมกะวัตต์ จากเป้าหมายเดิม 13,927 เมกะวัตต์ และจะใช้ระบบ Feedin Tariff สําหรับข้อเสนอการซื้อขายไฟฟ้าตั้งแต่ปี 2557

คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติปรับแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกใน 10 ปี (AEDP) โดยเพิ่มเป้าหมายการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนทุกประเภทรวมอีก 4,726 เมกะวัตต์ จากเป้าหมายเดิม 13,927 เมกะวัตต์ และจะใช้ระบบ Feedin Tariff สําหรับข้อเสนอการซื้อขายไฟฟ้าตั้งแต่ปี 2557

ส่งผลบวกต่อผู้ประกอบการธุรกิจพลังงานทดแทน ทั้งบริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) (แนะนำ ซื้อให้มูลค่าที่เหมาะสม 18.4 บาท) บริษัท เอสพีซีจี (SPCG) บริษัท บางจากปิโตรเลียม (BCP) (ซื้อ มูลค่าที่เหมาะสม 50 บาท) และบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ (EA) (ขาย มูลค่าที่เหมาะสม 7.83 บาท) จากการสนับสนุนและการขยายการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนในประเทศเพิ่มขึ้นของรัฐบาล โดยในเบื้องต้นจะมาจากการผลิตไฟฟ้า โดยก๊าซชีวภาพถึง 3,000 เมกะวัตต์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของการทดสอบการผลิต ขณะที่กําลังการผลิตไฟฟ้าส่วนที่เหลือจะมาจากพลังงานแสงอาทิตย์อีกราว 1,000 เมกะวัตต์ เพื่อรองรับต่อแผนการส่งเสริมการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคาอาคาร (Solar PV Rooftop) โดยกําหนดเป้าหมายเบื้องต้นที่ 200 เมกะวัตต์ ส่วนที่เหลือจะมาจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ชุมชนอีกราว 800 เมกะวัตต์

สําหรับเงื่อนไขการรับซื้อไฟฟ้าจากกําลังการผลิตไฟฟ้าตามแผน AEDP ใหม่นี้จะใช้ระบบ Feedin Tariff (FIT) ทั้งหมดตามปริมาณรับซื้อ โดยจะมีการประกาศเป็นรายเชื้อเพลิงอีกครั้งหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม สําหรับโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จาก Solar PV Rooftop ในเบื้องต้นพบว่า กพช.จะให้ระยะเวลาสนับสนุน 25 ปี โดยแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ 1) กลุ่มบ้านอยู่อาศัย ขนาดกําลังการผลิตติดตั้งน้อยกว่า 10 กิโลวัตต์ อัตรา 6.96 บาท/หน่วย 2) กลุ่มอาคารธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกําลังการผลิตติดตั้ง 10-250 กิโลวัตต์ อัตรา 6.55 บาท/หน่วย และ 3) กลุ่มอาคารธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดกําลังการผลิตติดตั้ง 250-1,000 กิโลวัตต์ อัตรา 6.16 บาท/หน่วย

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน SPCG ถือเป็นผู้ประกอบการรายเดียวที่ได้มีการเริ่มทําธุรกิจ Solar Roof (ติดตั้งอุปกรณ์แบบครบวงจร เพื่อผลิตไฟฟ้าบนหลังคา) ที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงไตรมาส 2 ปี 2556 ที่ผ่านมา ดังนั้น นโยบายสนับสนุนของรัฐบาลน่าจะช่วยผลักดันยอดขายจากธุรกิจนี้ให้กับ SPCG ปรับตัวสูงขึ้นได้ต่อเนื่องในอนาคต ดังนั้น นโยบายดังกล่าวจึงถือเป็นบวกต่อ SPCG

บล.เอเซีย พลัส เชื่อว่าผู้ประกอบการพลังงานทดแทนที่ยังไม่ได้ริเริ่มดําเนินธุรกิจนี้ทั้ง GUNKUL, BCP และ EA ซึ่งเชี่ยวชาญในธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์น่าจะหันมาศึกษาธุรกิจใหม่นี้ตามการสนับสนุนของรัฐบาล

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท