
CKPแจกกำไรวันนี้
ชูจุดแข็งเพียบสนับสนุนราคาวิ่งไกลรายได้โตก้าวกระโดดแผนลงทุนอื้อ
ชูจุดแข็งเพียบสนับสนุนราคาวิ่งไกลรายได้โตก้าวกระโดดแผนลงทุนอื้อ
ซีเค พาวเวอร์พร้อมเข้าซื้อขายวันนี้ จุดแข็งหลายด้านหนุนราคาสูงกว่าไอพีโอ
นางสุภามาส ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ (CKP) ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิงแห่งแรกที่เข้าจดทะเบียน เปิดเผยว่า มีความมั่นใจมากกับการนำหุ้น CKP เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 18 ก.ค. 2556 โดยเชื่อว่าราคาคงจะสูงกว่าราคาขายที่ 13 บาทได้ เพราะกำหนดราคาที่มีส่วนลดให้กับผู้จองซื้อหุ้นและภาวะตลาดหุ้นก็ดูดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับช่วงที่กำหนดราคาและเสนอขายหุ้น
นอกจากนี้ บริษัทยังมั่นใจในปัจจัยพื้นฐานที่มีจุดแข็งหลายด้าน เช่น บริษัทจะมีโอกาสเติบโตขึ้นอีกมาก เพราะมีขนาดเล็กมากเมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทที่ทำธุรกิจโรงไฟฟ้าทั่วไป และที่สำคัญการเป็นบริษัทในเครือ ช.การช่าง (CK) ทำให้มีศักยภาพในการขยายการลงทุนในโครงการใหม่ๆ รวมถึงโอกาสในการได้รับสัมปทานทั้งในและต่างประเทศโดยไม่มีข้อจำกัดทางด้านแหล่งเงินทุน ส่วนบริษัทเองก็สามารถกู้เงินได้อีกจำนวนมาก
ขณะเดียวกันผลการดำเนินงานในปีนี้ก็จะเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยไตรมาสแรกมีกำไรสุทธิ 92 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนมีกำไรสุทธิ 32 ล้านบาท เนื่องจากรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าที่ลงทุนไปก่อนหน้านี้ หรือหากเทียบกับรายได้ทั้งปี 2555 จำนวน 2,500 ล้านบาท เพียงไตรมาสแรกปีนี้ก็ทำได้จำนวน 1,200 ล้านบาทแล้ว
ส่วนในช่วงครึ่งปีหลัง กำไรและรายได้ก็จะเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากช่วงครึ่งแรกของปี เพราะในไตรมาสที่ 3 บริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมบางปะอินโคเจนเนอร์เรชั่น (BIC) เฟส 1 กำลังการผลิต 117.5 เมกะวัตต์ และไอน้ำ 19.6 ตันต่อชั่วโมง
บริษัทยังมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าในช่วง 510 ปีนี้ โดยตามแผน CKP จะมีเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าเป็น 2,320 เมกะวัตต์ ในปี 2562 จากปัจจุบันมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 875 เมกะวัตต์ จะส่งผลให้ผลประกอบการเติบโตก้าวกระโดด และบริษัทยังมีแผนจะเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าเข้ามาอีกประมาณ 2,000 เมกะวัตต์ภายใน 10 ปีนี้
ปัจจุบันได้เตรียมแผนลงทุนในอนาคตแล้ว โดยเดินหน้า 3 โครงการ ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมเฟส 2 กำลังการผลิต 120 เมกะวัตต์ และไอน้ำ 20 ตันต่อชั่วโมง มีสัญญาขายไฟกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จำนวน 90 เมกะวัตต์ และที่เหลือ 30 เมกะวัตต์ รวมไอน้ำจะขายให้โรงงานในนิคมบางปะอิน คาดจะจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ (COD) ในปี 2560
โรงไฟฟ้าน้ำบาก เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำใน สปป.ลาว กำลังการผลิต 160 เมกะวัตต์ ซึ่งได้ทำสัญญาขายไฟฟ้าทั้งหมดให้กับบริษัท อิเลกตริไซต์ ดู ลาว เจเนอเรชั่น (EDLGen) ของ สปป.ลาว คาดว่าจะสามารถจ่ายไฟในปี 2562
โครงการไซยะบุรีใน สปป.ลาว กำลังการผลิต 1,285 เมกะวัตต์ ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างโดยบริษัท ช.การช่างคาดว่าจะสร้างเสร็จและจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ในปี 2562 ทั้งนี้ บริษัทจะเข้าซื้อหุ้นที่ CK ถืออยู่ 30% และบริษัท ทางด่วนกรุงเทพ ถืออยู่ 7.5% ในช่วงที่โครงการก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ เพราะจะไม่ต้องรับความเสี่ยงมาก
นางสุภามาส กล่าวว่า การเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องจะช่วยผลักดันผลการดำเนินงานให้เติบโต และจะกลายเป็นบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าที่มีโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำที่มีต้นทุนต่ำกว่าโรงไฟฟ้าชนิดอื่น และอนาคตมีโอกาสได้โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำใน สปป.ลาว เพิ่มขึ้นด้วย หลังจากประสบความสำเร็จโครงการน้ำงึม 2 และไซยะบุรี







