
วิกฤตข้าวกระตุ้นวงการป้อนข้อมูลโซเชียลมีเดีย
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
ในช่วงกว่า 2-3 เดือนที่ผ่านมานี้ อุตสาหกรรมข้าวไทยมีกระแสข่าวลบการใส่สารรมควันมอด สารกันเชื้อรา ในโซเชียลมีเดียหรือบนเฟซบุ๊กมาอย่างต่อเนื่อง สร้างผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นคุณภาพอุตสาหกรรมไทย ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีโอกาสที่สินค้าเกี่ยวเนื่องจากข้าวจะพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย
กระแสการตื่นตระหนกต่อข่าวข้าวที่มีสารรมควันมอด ด้วยการใช้สารเมทิลโบรไมด์ที่ใช้อย่างแพร่หลายและยาวนานในระดับสากล อีกทั้งยังได้รับการยอมรับจากองค์การอาหารและยาสหรัฐ หรือเอฟดีเอ สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคไทยยังขาดความรู้เกี่ยวกับอาหาร ขณะที่ผู้ประกอบการก็ไม่ให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานการผลิตเท่าที่ควร
ถาวร ทองพิทักษ์ถาวร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย อินเตอร์ ไรซ์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายข้าวบรรจุถุงเบญจรงค์ กล่าวว่า กระแสข่าวลบข้าวบรรจุถุงบนเฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นสื่อที่มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารได้ไวมากจากการโพสต์และแชร์ข้อความ ถือว่าเป็นบทเรียนสำหรับอุตสาหกรรมข้าวไทยและผลิตภัณฑ์อาหาร ต้องกลับมาป้อนข้อมูลแก่ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาผู้ประกอบการหรือแบรนด์ต่างๆ ส่วนใหญ่โฆษณาประชาสัมพันธ์มุ่งสื่อสารการสร้างแบรนด์ คุณสมบัติสินค้า เพื่อกระตุ้นยอดขายเป็นหลัก แต่ขาดการสื่อสารกระบวนการผลิต มาตรฐานการผลิต หรือสารที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ ซึ่งหากสร้างความเข้าใจ การเกิดข่าวลบข้าวไทยบนเฟซบุ๊กโดยปราศจากข้อเท็จจริง ผู้บริโภคจะตื่นตระหนกน้อย
สุเมธ เหล่าโมราพร ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ซี.พี.อินเตอร์เทรด ผู้ผลิตข้าวตราฉัตร ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี กล่าวว่า กระแสข่าวลบอุตสาหกรรมข้าวไทยที่เกิดขึ้น เกรงว่าจะลุกลามไปสู่กลุ่มอาหารอื่นๆ ไปด้วย อาทิ อาหารพร้อมรับประทาน อาหารแช่แข็ง หรืออุตสาหกรรมที่ใช้ข้าวเป็นส่วนประกอบ เครื่องสำอาง
อย่างไรก็ตาม ถึงเวลาที่ผู้ประกอบการไทยจะต้องกลับมาให้ข้อมูลความรู้แก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับการใช้สารต่างๆ การเกิดเหตุการณ์ในครั้งนี้ ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมอาหารไทย การให้ข้อมูลความรู้ต่างๆ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ขณะเดียวกันยังเป็นการรองรับกับแนวโน้มของผู้บริโภคที่ใส่ใจในเรื่องสุขภาพมากยิ่งขึ้น
รายงานจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหาร กล่าวว่า โซเชียลมีเดียเป็นสื่อเผยแพร่ที่รวดเร็วและไม่สามารถควบคุม กรณีการโพสต์ข้อความหรือแชร์ข่าวข้าวบรรจุถุง ทำให้ผู้ประกอบการต้องกลับหันมาสร้างแบรนด์สินค้า โดยการป้อนข้อมูลความรู้ส่วนประกอบต่างๆ ของผลิตภัณฑ์อาหาร เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับสินค้า
นอกจากนี้ การป้อนข้อมูลความรู้ยังสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของแบรนด์ ซึ่งมองว่าเป็นส่วนของการทำการตลาดรับผิดชอบสังคม หรือซีเอสอาร์ ขณะเดียวกันหน่วยงานภาครัฐก็ต้องเป็นผู้ให้ความรู้แก่ผู้บริโภค และตรวจสอบมาตรฐานการผลิตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมามองว่าคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าวมากนัก
ทุกวันนี้ผู้บริโภคมีความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหารน้อยมาก อีกทั้งคนไทยไม่ได้ให้ความสำคัญกับการอ่านฉลากสินค้า ขณะที่ผู้ประกอบการต้องกลับมามุ่งป้อนข้อมูล เร่งยกระดับมาตรฐานการผลิต เช่นเดียวกันภาครัฐต้องเร่งให้ความรู้กับผู้บริโภค เข้มงวดมาตรฐานการผลิต การขับเคลื่อน 3 ส่วนช่วยยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่ระดับสากลยิ่งขึ้น







