posttoday
โตช้าก็เป็นความเสี่ยง

โตช้าก็เป็นความเสี่ยง

18 กรกฎาคม 2556

โตช้าก็เป็นความเสี่ยงกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF (International Monetary Fund) ได้ประเมินปัจจัยที่มีความเสี่ยงสูงสุดของเศรษฐกิจโลกในปีนี้และปีหน้า คือ การชะลอตัวของตลาดเกิดใหม่ ซึ่งเดิมคาดการณ์ว่าจะเติบโตระดับสูงในปีนี้และปีหน้า แต่ข้อมูลช่วงครึ่งปีแรกระบุชัดว่า “คงไปไม่ไกล” หรือเติบโตต่ำกว่าที่คาด โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่ขนาดใหญ่ที่มีประชากรมากๆ อย่าง บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ หรือกลุ่ม BRICS

โตช้าก็เป็นความเสี่ยงกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF (International Monetary Fund) ได้ประเมินปัจจัยที่มีความเสี่ยงสูงสุดของเศรษฐกิจโลกในปีนี้และปีหน้า คือ การชะลอตัวของตลาดเกิดใหม่ ซึ่งเดิมคาดการณ์ว่าจะเติบโตระดับสูงในปีนี้และปีหน้า แต่ข้อมูลช่วงครึ่งปีแรกระบุชัดว่า “คงไปไม่ไกล” หรือเติบโตต่ำกว่าที่คาด โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่ขนาดใหญ่ที่มีประชากรมากๆ อย่าง บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ หรือกลุ่ม BRICS

สอดคล้องกับธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ ADB (Asian Development Bank) ที่คาดว่าประเทศกำลังพัฒนาในแถบเอเชียมีการเติบโตที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งทุกสำนักต่างชี้ตรงกันว่าการชะลอตัวของประเทศที่เป็นตลาดเกิดใหม่ รวมทั้งการถดถอยหนักหน่วงยิ่งขึ้นของประเทศกลุ่มยูโรโซนที่ใช้เงินยูโรเป็นสกุลเงินหลัก ล้วนเป็นความเสี่ยงที่ทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงปีนี้และปีหน้า

ความจริงเศรษฐกิจของตลาดเกิดใหม่ หลายประเทศก็ยังเติบโตในระดับสูง อย่างจีนก็ยังโตได้มากกว่า 7% แต่ตลาดกลับกังวลเพราะเคยคาดว่าจีนจะโตมากกว่า 8% ส่วนชาติกำลังพัฒนาในเอเชียก็คาดว่าจะโตมากกว่า 6% ขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วที่โตอย่างเก่งก็ไม่เกิน 3%

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจที่ชะลอตัวในระดับมหภาคเป็นผลมาจากการบริโภคที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลง ทำให้ความต้องการสินค้าลดลง การส่งออกที่ลดลงทำให้บริษัทต่างๆ ต้องปรับแผนการผลิต รวมทั้งอัตราเงินเฟ้อก็อยู่ในระดับต่ำ ล้วนเป็นภัยคุกคามต่อการผลิตและการลงทุน เพราะลงทุนผลิตไปก็ขายได้น้อยและขายไม่ได้ราคา สู้ “อยู่เฉยๆ”ดูจะ “คุ้มกว่า” และ “ไม่ต้องเปลืองตัว” ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นล้วนมาจาก “กำลังซื้อ” ที่ชะลอตัวทั้งจากชาติที่เศรษฐกิจถดถอยและชาติที่เศรษฐกิจชะลอตัว

เศรษฐกิจที่ถดถอยหรือ Recession มักวัดด้วยผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP ที่ลดต่ำลง เช่นที่เกิดขึ้นในหลายประเทศของกลุ่มยูโรโซนที่เศรษฐกิจถดถอยจากมาตรการรัดเข็มขัด และต้องหาเงินมาชดใช้หนี้สาธารณะที่เกินตัว

ส่วนเศรษฐกิจที่ชะลอตัว หรือ Slowing Down เป็นเศรษฐกิจที่ยังคงเติบโตเป็นบวก แต่บวกน้อยกว่าที่เคยคาดหมายไว้ คือ GDP แม้จะเพิ่มขึ้นแต่ก็น้อยกว่าที่เคยประมาณไว้ ประเทศเกิดใหม่ที่เศรษฐกิจชะลอตัวเปรียบเสมือน “เด็กที่โตช้า” ขณะที่ประเทศพัฒนาในแถบยูโรโซนที่เศรษฐกิจถดถอยก็เปรียบได้กับ “ผู้ชราที่ทรุดโทรม”

อัตราการบริโภคของทั้งสองกลุ่มต่างก็ลดน้อยลงตามสภาพร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ และมีผลทำให้ “เสื่อมสภาพ” และในสังคมที่มีเด็กที่โตช้าและผู้ชราที่ทรุดโทรมอยู่มาก ย่อมเป็นสังคมไม่แข็งแรง เปรียบเสมือนเศรษฐกิจโลกที่ “อมโรค” และอาจ “ติดเชื้อ” เป็นภาวะวิกฤตที่ลุกลามจนยากที่จะแก้ไข

ดังนั้น ที่บางคนคิดว่า “เติบโตได้ก็ดีแล้ว เพราะไม่ได้ติดลบ” จึงนับเป็นความคิดที่ผิด เพราะไม่ว่าจะเป็นเด็กที่โตช้า หรือคนชราที่ทรุดโทรม ล้วนเป็นเรื่องที่ต้องหาทาง “บำรุงรักษา” ให้มีสภาพร่างกายแข็งแรงขึ้นทั้งสิ้น

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ