
ไทรเด้นท์ทุ่ม85ล้านบุกตลาดหมากฝรั่ง
ไทรเด้นท์ ทุ่ม 85 ล้านบาท ลุยสร้างหมากฝรั่งระดับบน ขานรับตลาดหมากฝรั่งไม่มีน้ำตาลโตหวังกวาดส่วนแบ่งตลาด 20%
ไทรเด้นท์ ทุ่ม 85 ล้านบาท ลุยสร้างหมากฝรั่งระดับบน ขานรับตลาดหมากฝรั่งไม่มีน้ำตาลโตหวังกวาดส่วนแบ่งตลาด 20%
นายสมชัย เกตุชัยโกศล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แคดเบอรี อาดัมส์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายหมากฝรั่งไทรเด้นท์ เปิดเผยว่า แผนการทำตลาดหมากฝรั่งของบริษัท ต้องการสร้างตลาดหมากฝรั่งไม่มีน้ำตาลให้เติบโตมากขึ้น เนื่องจากเป็นตลาดที่มีศักยภาพ หลังจากในช่วง 5ปีที่ผ่านมา มีการเติบโตโดยเฉลี่ย 20% หรือมีมูลค่า 1,160 ล้านบาท
ขณะที่ตลาดหมากฝรั่งมีน้ำตาลมูลค่า 2,340 ล้านบาท หรือสัดส่วน 67% ไม่มีการเติบโต บริษัทจึงได้ทุ่มงบ 85 ล้านบาท รุกสร้างหมากฝรั่งระดับบน ด้วยการเปิดตัวหมากฝรั่งไทรเด้นท์ เลเยอร์ส หรือหมากฝรั่งสอดไส้ลูกอม 3 ชั้น ลงตลาดหมากฝรั่งไม่มีน้ำตาล ซึ่งเป็นการเปิดตัวสินค้านวัตกรรมใหม่ในรอบ 5ปี
สำหรับไทรเด้นท์ เลเยอร์ส วางตำแหน่งเป็นหมากฝรั่งระดับบน ราคา 25 บาท มี 12 ชิ้น สูงกว่าหมากฝรั่งระดับทั่วไป ราคา 18 บาท มี 12 ชิ้น ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างตลาดใหม่ๆ โดยนำหมากฝรั่งสอดไส้ลูกอมมาตอบโจทย์ความอร่อยให้กับผู้บริโภค เพื่อผลักดันให้ตลาดหมากฝรั่งไม่มีน้ำตาลในปีนี้เติบโต 40-50% หรือมีสัดส่วน 33% ในสิ้นปีนี้เพิ่มเป็น 38%
อย่างไรก็ตามบริษัทได้ดำเนินกลยุทธ์การตลาดรูปแบบไลฟ์สไตล์ โดยได้จัดแฟชั่นโชว์ เพื่อสร้างความตื่นเต้นและความแปลกใหม่และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น อีกทั้งนำพลอย-เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ และจัดทำดิจิตอลแคมเปญทางอินสตาแกรม นำดาราและบุคคลที่มีชื่อเสียงในโลกออนไลน์มาช่วยสร้างกระแสแก่กลุ่มเป้าหมาย 20-30ปี
ทั้งนี้ตลาดหมากฝรั่งมูลค่า 3,500 ล้านบาท ในไทยยังมีการเติบโตได้อีกมาก เนื่องจากอัตราการบริโภคหมากฝรั่งของคนไทยมีเพียง 60% และที่เหลืออีก 40% ยังไม่มีการบริโภค โดยเฉพาะตลาดหมากฝรั่งไม่มีน้ำตาล ถือว่ามีศักยภาพมาก เมื่อเทียบกับอเมริกาและญีปุ่น มีสัดส่วน 80-90% ขณะที่ไทยมีสัดส่วน 33% จากตลาดหมากฝรั่งโดยรวม
นายสมชัย กล่าวว่า การเปิดตัวไทรเด้นท์ เลเยอร์ส แม้ว่าจะเป็นหมากฝรั่งระดับบน แต่บริษัทไม่ได้มีความกังวลในเรื่องของกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง และมั่นใจว่าจะผลักดันให้ยอดขายสิ้นปีนี้เติบโต 70% จากในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ยอดขายโต 40-45% และสิ้นปีนี้มีส่วนแบ่งเพิ่มจาก 14% เป็น 18-20% ในตลาดรวมหมากฝรั่ง
นอกจากนี้บริษัทยังได้รุกตลาดหมากฝรั่งมีน้ำตาล โดยใช้เดนทีนเป็นหัวหอกในการทำตลาดตอกย้ำจุดขายลมหายใจสดชื่น และจากการดำเนินการตลาดเชิงรุก ในสิ้นปีบริษัทครองความเป็นผู้นำตลาด ด้วยส่วนแบ่งโดยรวม เพิ่มจาก 59% เป็น 63-65% ส่วนอันดับ 2 ลอตเต้ มีส่วนแบ่ง 24% และริกลี่ย์ส์ 13%







