
อาขีวะเร่งผลิตกำลังคนตอบโจทย์ลงทุน 2.2 ล้านล้าน
การประกาศแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งวงเงิน 2.2 ล้านล้านบาทของรัฐบาล ทำให้หน่วยงานหลักอย่าง
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
การประกาศแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งวงเงิน 2.2 ล้านล้านบาทของรัฐบาล ทำให้หน่วยงานหลักอย่าง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ต้องเร่งปรับแผนการผลิตกำลังคนเพื่อตอบรับความต้องการดังกล่าว
ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เล่าว่า สอศ.ได้รับมอบหมายเรื่องการเตรียมกำลังคนให้พร้อมรับโครงการเงินกู้เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยทำการศึกษาความต้องการแบ่งเป็น 2 แนวทาง ได้แก่ 1.ศึกษาความเร่งด่วนเฉพาะความต้องการกำลังคนตามโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม และ 2.ศึกษาความต้องการกำลังคนในภาพรวมทั่วประเทศจากกลุ่มอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และบริการ
“ที่ผ่านมาเราไม่สามารถผลิตแรงงานได้พอเพียงกับความต้องการ ผลิตเท่าไหร่ก็ไม่พอ บอกได้เลยว่าไม่เคยมีเด็กอาชีวะที่เรียนจบไปแล้วตกงาน เราพยายามดึงเด็กมาเรียนสายอาชีพมากขึ้น เพื่ออุดช่องว่างด้านกำลังคนในอุตสาหกรรมต่างๆ”
ทั้งนี้ ได้ตั้งเป้าว่าภายในปี 2559 ต้องดึงเด็กเรียนสายอาชีพให้ได้ 40% จากปัจจุบันสัดส่วนนักเรียนอาชีวะอยู่ที่ 37% และนักเรียนสายสามัญประมาณกว่า 60% และภายใน 5 ปี คาดว่าจะมีสัดส่วนอยู่ที่ 50:50
สำหรับแผนพัฒนากำลังคนนั้น เบื้องต้นสอศ.เชิญเอกชนกลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้างมาให้ข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ความต้องการของแต่ละงาน แต่ละระดับ โดยพบว่าภาพรวมตลาดแรงงานในระยะ 6 ปี นับตั้งแต่ปีนี้มีความต้องการแรงงานทุกระดับที่จบสายอาชีพมากถึง 2.8 แสนคน
ชัยพฤกษ์ ขยายความเพิ่มเติมว่า ในส่วนของอาชีวศึกษาจะเน้นการผลิตแรงงานเพื่อตอบสนองความต้องการกำลังคนใน 3 กลุ่มคือ กลุ่มงานระบบรถไฟฟ้า กลุ่มงานระบบราง และกลุ่มคมนาคมทางถนน อาชีพหลักคือ ช่างก่อสร้างต่างๆ และมีสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง
สอศ.ได้กำหนดแนวทางหลักเพื่อพัฒนากำลังคนไว้ดังนี้
แนวทางที่ 1 จะให้นักศึกษาที่เรียนสาขาตรงอยู่แล้ว เช่น สาขาก่อสร้าง สาขาช่างยนต์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้องมาเรียนเสริมในส่วนที่อาชีพนั้นๆ ต้องการ เพื่อช่วยให้เมื่อเรียนแล้วสามารถไปทำงานได้ทันที ซึ่งปัจจุบันพบว่าสายอาชีพดังกล่าวมีผู้สนใจเรียนน้อยมาก ทั้งๆ ที่ตลาดแรงงานมีความต้องการสูง
แนวทางที่ 2 จะแนะแนวให้ความรู้กับนักศึกษาที่เรียนอยู่ในสาขาอื่น เช่น สาขาไฟฟ้า สาขาอิเล็กทรอนิกส์ สาขาสถาปัตยกรรม มาเรียนรู้เพิ่มเติม ในวิชาที่สายอาชีพนั้นๆ ต้องการ เพื่อจูงใจให้นักศึกษามาเรียนในสาขาที่มีความต้องการมากขึ้น หรือเรียนเพิ่มเติมในบางวิชาที่เกี่ยวข้อง แต่สามารถทำงานได้เหมือนกัน
แนวทางที่ 3 สอศ.พบว่าแรงงานในประเทศไทยส่วนใหญ่อยู่ในภาคของการผลิตและการเกษตรประมาณ 79% หรือคิดเป็นประมาณกว่า 30 ล้านคน ซึ่งแรงงานกลุ่มนี้ไม่ได้ทำงานตลอดเวลา แต่จะทำงานตามฤดูกาลผลิต ดังนั้น จึงมีแนวคิดเพิ่มทักษะช่างฝีมือให้กับคนกลุ่มนี้ โดยเฉพาะคนที่มีพื้นฐานการก่อสร้างอยู่แล้ว ส่วนคนที่ไม่มีพื้นฐานเลย จะมีการฝึกอบรมให้สามารถเปลี่ยนอาชีพได้
ทั้งนี้ เชื่อว่าหากปฏิบัติตาม 3 แนวทางดังกล่าวจะช่วยให้สามารถผลิตแรงงานได้เพียงพอ เพื่อตอบสนองความต้องการแรงงานในช่วงที่เร่งเดินหน้าก่อสร้างโครงสร้างต่างๆ ได้
ขณะที่ในระยะยาว การผลิตคนของอาชีวศึกษาจะต้องพัฒนาศักยภาพให้สูงขึ้น โดยมีการปรับหลักสูตรและเนื้อหาวิชาต่างๆ ให้เหมาะกับอาชีพในอนาคต และปีนี้เป็นปีแรกที่เพิ่มการเรียนการสอนถึงระดับปริญญาตรีในบางสาขา เช่น สาขาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี เนื่องจากตลาดแรงงานมีความต้องการบุคลากรที่มีวุฒิการศึกษาสูงกว่าระดับ ปวช. และ ปวส. ขณะที่ผู้เรียนจบระดับอุดมศึกษาจะไม่มาทำงานด้านนี้ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องผลิตคน โดยการเพิ่มวุฒิสูงขึ้นในสายอาชีพ และในอนาคตจะพัฒนาให้หลักสูตรต่างๆ มีเนื้อหาเฉพาะทางมากขึ้น







