posttoday
"สวีตวอเตอร์"ผันความหลงไหลให้เป็นธุรกิจ

"สวีตวอเตอร์"ผันความหลงไหลให้เป็นธุรกิจ

17 กรกฎาคม 2556

โดย...ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์

โดย...ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์

หลังจากจบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย คนส่วนมากมักจะเลือกหางานทำเพื่อเลี้ยงชีวิต ทว่าสำหรับเฟรดดี เบนสช์ และเควิน แมคเนอร์นีย์ สองเพื่อนซี้ ที่เรียนด้วยกันมาที่มหาวิทยาลัยโคโลราโดในสหรัฐ ตัดสินใจที่จะไม่เดินในเส้นทางของคนปกติทั่วไป

ทั้งคู่ต่างชื่นชอบการดื่มและการผลิต “เบียร์” มาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย เพราะเคยทำงานพิเศษเป็นเด็กล้างถังเบียร์มาก่อน โดยเพื่อนซี้บอกว่า ตอนนั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้อยากมีธุรกิจคราฟต์เบียร์เป็นของตัวเอง

ทั้งนี้ เฟรดดี บอกว่า การผลิตคราฟต์เบียร์นั้นผู้ปรุงเบียร์ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการผลิตเบียร์ให้ออกมามีรสชาติและกลิ่นที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ท้าทายมาก

ทันทีที่เรียนจบจากมหาวิทยาลัย เฟรดดีและเควินจึงเลือกเรียนที่โรงเรียนผลิตเบียร์ในแคลิฟอร์เนีย เพื่อเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ของการหมัก จากนั้นจึงเริ่มทำงานกลั่นเบียร์ตามโรงเบียร์ต่างๆ ตามแถบชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐ ทว่ายังคงมีความฝันที่จะผลิตเบียร์ภายใต้แบรนด์ของตัวเอง

ช่วงฤดูร้อนปี 2539 เฟรดดีได้เดินทางไปเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ในช่วงที่สหรัฐเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก และได้ค้นพบว่าเมืองแอตแลนตายังขาดเบียร์รสชาติเข้มข้นแบบตะวันตก ทำให้ทั้งคู่เกิดความคิดที่จะตั้งโรงผลิตเบียร์ทางฝั่งตะวันออกของประเทศ

ด้วยความช่วยเหลือของเพื่อนและครอบครัว ทั้งคู่ได้กู้เงินจำนวน 6 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 18 ล้านบาท) เพื่อตั้งโรงเบียร์แห่งแรก ภายใต้แบรนด์ “สวีตวอเตอร์” ทางตะวันตกของแอตแลนตา ในเดือน ก.พ. 2540

ในช่วงแรกของการทำธุรกิจ สวีตวอเตอร์มีพนักงานเพียง 3 คน และต้องขายเบียร์ด้วยการตระเวนขับรถไปตามบาร์ต่างๆ รอบเมือง โชคดีที่มีบาร์บริเวณเวอร์จิเนีย ไฮแลนด์ ซึ่งเป็นย่านใจกลางเมืองของแอตแลนตา สนใจซื้อเบียร์ของสวีตวอเตอร์ จนกระทั่งทั้งคู่สามารถทำรายได้มากพอที่จะคืนเงินกู้จำนวน 6 แสนเหรียญสหรัฐ ที่ยืมมาภายในเวลาเพียง 1 ปี

หลังจากนั้นทั้งคู่ค่อยๆ เก็บหอมรอบริบเพื่อขยายธุรกิจ ด้วยการซื้อพื้นที่ 2.5 หมื่นตารางฟุต เพื่อใช้ในการผลิตเบียร์ การมีโรงผลิตเบียร์แห่งนี้ ช่วยให้สองหนุ่มขนส่งสินค้าสะดวกมากยิ่งขึ้น

จนถึงขณะนี้ สวีตวอเตอร์ เติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งด้วยพนักงาน 83 คน รวมทั้งเพิ่งสร้างโรงงานผลิตเบียร์แห่งที่ 4 เสร็จ โดยใช้เงินลงทุนสูงถึง 19 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 570 ล้านบาท) พร้อมกับเป้าหมายที่ว่า ปีนี้จะขายเบียร์ให้ได้ 1.43 แสนบาร์เรล (ราว 22.737 ล้านลิตร) เลยทีเดียว

“ในช่วง 17 ปีที่ผ่านมา ปัญหาใหญ่ที่สุดของเราก็คือ เราไม่สามารถผลิตเบียร์ได้เพียงพอกับความต้องการของตลาดเลย” เฟรดดี กล่าว

แม้จะเป็นเบียร์ที่วางจำหน่ายในร้านค้าท้องถิ่นทว่าทางบริษัทตั้งเป้าที่จะขายสินค้าในรัฐอื่นๆเช่นกัน โดยเฉพาะเวอร์จิเนียและเคนทักกี ซึ่งเป็นรัฐใกล้เคียง

ในส่วนของรายได้นั้น ผู้ประกอบการหนุ่มไม่สามารถเปิดเผยได้ โดยกล่าวแต่เพียงว่า ปีนี้ตั้งเป้าว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้น 30% จากเมื่อปีก่อน

ด้านโรเบิร์ต เจมเมลล์ ผู้อำนวยการศูนย์เพื่อผู้ประกอบการนานาชาติของมหาวิทยาลัยจอร์เจียสเตต เปิดเผยว่า เคล็ดลับสำคัญสู่ความสำเร็จของสวีตวอเตอร์ เบียร์ คือ ความกระตือรือร้นที่อยากจะนำพาธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ

“คุณต้องมั่นใจในสิ่งที่คุณทุ่มเท เพราะว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำธุรกิจ แต่ในท้ายที่สุดแล้ว ผลลัพธ์ที่ออกมาจะเป็นสิ่งที่น่าประทับใจ” เฟรดดี ฝากเป็นข้อคิด

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ