
พนักงานมีสุขพาบริษัทรุ่ง
นับเป็นฝันร้ายสำหรับผู้ประกอบการหลายๆ คน หากต้องเจอพนักงานที่ไม่มีความสุขในการทำงาน
นับเป็นฝันร้ายสำหรับผู้ประกอบการหลายๆ คน หากต้องเจอพนักงานที่ไม่มีความสุขในการทำงาน
เพราะต้องไม่ลืมว่า ทุกๆ คนนั้นแสดงออกไม่เหมือนกัน ในขณะที่พนักงานบางคนอาจเลือกที่จะไม่แสดงออก เก็บตัวเงียบบ้างก็อาจใช้วิธีนินทาต่อว่าเจ้านาย หรือไม่ก็แสดงออกผ่านผลงานที่ไร้คุณภาพและที่เลวร้ายที่สุด ที่มักปรากฏเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ก็คือ การลุกฮือชุมนุมประท้วงนั่นเอง
ด้านเว็บไซต์สมอลบิสเนสของอังกฤษออกโรงแนะนำให้ผู้ประกอบการธุรกิจหันมา “ป้องกัน” เหตุร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นจากความไม่พอใจของพนักงาน
ขั้นแรกนั้น ผู้ประกอบการจำเป็นสังเกต “สัญญาณอันตราย” ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนแปลงทางด้านพฤติกรรมของพนักงานที่ไม่มีความสุขในการทำงาน เช่น
1.พนักงานเริ่มมาทำงานสาย หรือพักนานขึ้น แต่ยังคงกลับบ้านตรงเวลา
2.พนักงานมีส่วนร่วมในการทำงาน ตลอดจนพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานน้อยลง
3.ทำงานช้าและคุณภาพงานลดลง
4.อารมณ์แปรปรวน เช่น เงียบผิดปกติ หรือไม่ก็อารมณ์เสียกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ
หากพบสัญญาณข้างต้น ผู้ประกอบการจำเป็นต้องรีบเข้าควบคุมสถานการณ์ มิฉะนั้นอาจเกิดผลร้ายตามมา โดยวิธีที่ดีที่สุดนั้นคือ การพูดคุยกับพนักงาน สอบถามปัญหาเพื่อช่วยกันหาทางออก ทว่าเจ้านายต้องมีความซื่อสัตย์ หากมองว่าปัญหาอยู่ที่ตัวพนักงานก็จำเป็นต้องชี้แจงให้พนักงานทราบ
หากเป็นความไม่พอใจที่เกิดจากหน้าที่การงาน ผู้ประกอบการควรย้อนมองบทบาทและหน้าที่ของพนักงานให้ดี ว่าเป็นงานที่มี “คุณค่า” หรือไม่
“ความสุขที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรมแต่เกิดจากการที่พนักงานรู้สึกว่างานที่กำลังทำอยู่นั้นมีคุณค่า” เคต รัสเซลล์ ประธานบริษัทที่ปรึกษาด้านทรัพยากรบุคคลรัสเซลล์ ในอังกฤษเผย
นอกจากนี้ เจ้านายต้องไม่ลืมที่จะพูดคำว่า “ขอบคุณ” ตลอดจนชมเชยพนักงานที่มีผลงานดี เพราะแน่นอนว่าจะช่วยสร้างความภาคภูมิใจและส่งเสริมให้พนักงานทำความดีต่อไป
“ท้ายที่สุด ความสุขของพนักงานพนักงานมีสุข
พาบริษัทรุ่งนับเป็นฝันร้ายสำหรับผู้ประกอบการหลายๆ คน หากต้องเจอพนักงานที่ไม่มีความสุขในการทำงาน
เพราะต้องไม่ลืมว่า ทุกๆ คนนั้นแสดงออกไม่เหมือนกัน ในขณะที่พนักงานบางคนอาจเลือกที่จะไม่แสดงออก เก็บตัวเงียบบ้างก็อาจใช้วิธีนินทาต่อว่าเจ้านาย หรือไม่ก็แสดงออกผ่านผลงานที่ไร้คุณภาพและที่เลวร้ายที่สุด ที่มักปรากฏเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ก็คือ การลุกฮือชุมนุมประท้วงนั่นเอง
ด้านเว็บไซต์สมอลบิสเนสของอังกฤษออกโรงแนะนำให้ผู้ประกอบการธุรกิจหันมา “ป้องกัน” เหตุร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นจากความไม่พอใจของพนักงาน
ขั้นแรกนั้น ผู้ประกอบการจำเป็นสังเกต “สัญญาณอันตราย” ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนแปลงทางด้านพฤติกรรมของพนักงานที่ไม่มีความสุขในการทำงาน เช่น
1.พนักงานเริ่มมาทำงานสาย หรือพักนานขึ้น แต่ยังคงกลับบ้านตรงเวลา
2.พนักงานมีส่วนร่วมในการทำงาน ตลอดจนพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานน้อยลง
3.ทำงานช้าและคุณภาพงานลดลง
4.อารมณ์แปรปรวน เช่น เงียบผิดปกติ หรือไม่ก็อารมณ์เสียกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ
หากพบสัญญาณข้างต้น ผู้ประกอบการจำเป็นต้องรีบเข้าควบคุมสถานการณ์ มิฉะนั้นอาจเกิดผลร้ายตามมา โดยวิธีที่ดีที่สุดนั้นคือ การพูดคุยกับพนักงาน สอบถามปัญหาเพื่อช่วยกันหาทางออก ทว่าเจ้านายต้องมีความซื่อสัตย์ หากมองว่าปัญหาอยู่ที่ตัวพนักงานก็จำเป็นต้องชี้แจงให้พนักงานทราบ
หากเป็นความไม่พอใจที่เกิดจากหน้าที่การงาน ผู้ประกอบการควรย้อนมองบทบาทและหน้าที่ของพนักงานให้ดี ว่าเป็นงานที่มี “คุณค่า” หรือไม่
“ความสุขที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรมแต่เกิดจากการที่พนักงานรู้สึกว่างานที่กำลังทำอยู่นั้นมีคุณค่า” เคต รัสเซลล์ ประธานบริษัทที่ปรึกษาด้านทรัพยากรบุคคลรัสเซลล์ ในอังกฤษเผย
นอกจากนี้ เจ้านายต้องไม่ลืมที่จะพูดคำว่า “ขอบคุณ” ตลอดจนชมเชยพนักงานที่มีผลงานดี เพราะแน่นอนว่าจะช่วยสร้างความภาคภูมิใจและส่งเสริมให้พนักงานทำความดีต่อไป
“ท้ายที่สุด ความสุขของพนักงานนั้นเป็นประโยชน์กับทั้งตัวพนักงานและบริษัท ดังนั้น ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงานให้อย่างดีที่สุด” รัสเซลล์ กล่าวทิ้งท้าย n
นั้นเป็นประโยชน์กับทั้งตัวพนักงานและบริษัท ดังนั้น ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงานให้อย่างดีที่สุด” รัสเซลล์ กล่าวทิ้งท้าย







