
สหรัฐเมินจ้างงานรายย่อย
SMEมะกันโวยทางการจ้างบริษัทใหญ่ผู้ประกอบการหญิงได้รับผลกระทบหนักสุด
SMEมะกันโวยทางการจ้างบริษัทใหญ่ผู้ประกอบการหญิงได้รับผลกระทบหนักสุด
เอสเอ็มอีมะกันตำหนิรัฐบาลไม่หนุนรายย่อย จ้างเฉพาะบริษัทใหญ่
ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในสหรัฐ ออกโรงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเมืองลุงแซม โดยเฉพาะกระทรวงพลังงาน ว่า ไม่สนับสนุนเอสเอ็มอีของสตรีชาวอเมริกัน ภายหลังข้อมูลล่าสุด พบว่า รัฐบาลเลือกจ้างบริษัทขนาดใหญ่มากกว่ารายเล็ก
สมาคมธุรกิจรายย่อยสหรัฐ เปิดเผยว่า ในช่วงปีงบประมาณ 2555 ที่ผ่านมา กระทรวงพลังงานสหรัฐจ้างธุรกิจรายย่อยของผู้ประกอบการหญิงเพียงแค่ 1% จากสัญญาจัดซื้อจัดจ้างกับภาคเอกชนทั้งหมด คิดเป็นมูลค่า 305 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 9,150 ล้านบาท) ส่งผลให้กระทรวงพลังงานเมืองลุงแซมกลายเป็นหน่วยงานรัฐที่มีการจ้างธุรกิจรายย่อยน้อยสุด
ทั้งนี้ ในทางตรงกันข้ามสัญญาจัดซื้อจัดจ้างของกระทรวงกับบริษัทขนาดใหญ่ อาทิ บริษัท ล็อกฮีด มาร์ติน ผู้ผลิตเทคโนโลยีการบินและยุทโธปกรณ์ และบริษัท ยูอาร์เอส บริษัทวิศวกรรมและก่อสร้างชื่อดัง คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 2.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 7.5 แสนล้านบาท)
“เราได้แต่โบกมือเรียกรัฐบาล แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาไม่รู้ว่าเรามีตัวตน”เจนนิเฟอร์ ดิกเกอร์สัน เจ้าของบริษัท เอ็นเร็บ อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม กล่าวกับบลูมเบิร์ก ซึ่งสอดคล้องกับมาร์โก ดอร์ฟแมน ประธานหอการค้าหญิงสหรัฐ ที่แสดงความผิดหวังที่รัฐบาลไม่สนับสนุนธุรกิจรายย่อยในประเทศ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีของสตรีชาวอเมริกัน
รัฐบาลสหรัฐนับเป็นผู้จ้างงานรายใหญ่สุดของประเทศ โดยในแต่ละปีนั้นทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างกับภาคเอกชนคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 15 ล้านล้านบาท) ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลประธานาธิบดีบารัก โอบามา ได้พยายามช่วยเหลือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยสั่งให้หน่วยงานภาครัฐต่างๆ กำหนดโควต้าการจ้างงานภาคเอกชนให้ธุรกิจรายย่อย
ทว่า หลายหน่วยงานตลอดจนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไม่ทราบรายอะเอียดมาตรการดังกล่าว และขณะเดียวกันภาครัฐและภาคเอสเอ็มอียังขาดการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพระหว่างกันอีกด้วย







