
สนช.ปั้นนวัตกรรมสิ่งทอ
สร้าง‘พีซีแอล’เทียบคอตตอนยูเอสเอคาดอุตสาหกรรม2แสนล้านโต8%
สร้าง‘พีซีแอล’เทียบคอตตอนยูเอสเอคาดอุตสาหกรรม2แสนล้านโต8%
สนช.ทุ่มงบ 1,800 ล้าน ชูนวัตกรรมสิ่งทอเส้นใยจากพืช หนุนผู้ประกอบการปรับกลยุทธ์รับมือต้นทุนพุ่ง
น.ส.วันทนีย์ จองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมวัฒนธรรมนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยว่า สนช.ได้รับงบประมาณจากภาครัฐจำนวน 1,800 ล้านบาท เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติกและโครงการผลิตเส้นใยจากพืช (Polylactic Acid) หรือ PCL (พีซีแอล) ที่นำมาจากพืชทางการเกษตรของไทยมาพัฒนาเป็นเส้นใย สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ โดยเป็นเส้นใยจากธรรมชาติสามารถย่อยสลายได้และปลอดภัยกับสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ สนช.มีเป้าหมายให้ไทยเป็นศูนย์กลางพลาสติกชีวภาพในภูมิภาค รวมถึงการส่งเสริมและพัฒนาพีซีแอลในอุตสาหกรรมสิ่งทอ ซึ่งในอนาคตจะทำให้ไทยนำเข้าฝ้ายและโพลีเอสเตอร์จากต่างประเทศลดลง ขณะเดียวกันมีแผนพัฒนาแบรนด์พีซีแอล ให้เป็นตัวแทนของแบรนด์ประเทศไทย ที่มีความแข็งแกร่งและได้รับความนิยมเทียบเท่าแบรนด์คอตตอน ยูเอสเอ ของสหรัฐ
การพัฒนาเส้นใยจากพืช โดยใช้วัตถุดิบทางการเกษตรของไทย ทั้งนี้หากมีการส่งเสริมใช้ใยจากพืชต่อเนื่อง ในอนาคตเส้นใยจากพืชจะมีการผลิตออกมาสู่ตลาดมากขึ้น และจะได้รับความนิยมจากผู้ประกอบการสิ่งทอเพิ่มขึ้น ส่วนในช่วงปี 2551-2558
อุตสาหกรรมสิ่งทอไทยมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท โต8%ผู้ประกอบการ พร้อมปรับกลยุทธ์รับมือต้นทุนพุ่ง มุ่งผลิตเจาะตลาดกลาง บน
น.ส.พีรพร พละพลีวัลย์ ผู้อำนวยการ ศูนย์วิเคราะห์ทดสอบสิ่งทอ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ กล่าวว่า การส่งออกสินค้าสิ่งทอของประเทศไทยในปีนี้ คาดว่าจะเติบโตได้ 8% จากปีก่อน หรือมีมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท โดยผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยแข็งแกร่งมากขึ้น และปรับตัวไปผลิตสินค้าคุณภาพสูง เพื่อมุ่งเจาะตลาดกลางและบน รวมทั้งผู้ประกอบการไทยไม่ได้แข่งขันเรื่องราคาอีกต่อไป จึงและไม่ผลิตเพื่อเจาะตลาดล่าง ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนการผลิตสูงขึ้น
สำหรับผู้ประกอบการเครื่องนุ่งห่ม ส่วนใหญ่ได้ย้ายฐานผลิตไปประเทศเพื่อนบ้านที่มีต้นทุนค่าแรงถูกกว่าแล้ว ถือว่าผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยสามารถรับมือกับทุกปัจจัยที่เกิดขึ้นได้ ขณะเดียวกันในช่วงครึ่งปีหลังที่เศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัว การส่งออกลดลงและกำลังซื้อชะลอตัว ผู้ประกอบการควรมุ่งใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีมาทำให้สินค้ามีคุณภาพสูงขึ้นและแตกต่างจากคู่แข่ง
ปัจจุบันจำนวนผู้ประกอบการสิ่งทอในไทยจะมีจำนวน 2,000 โรงงาน แบ่งเป็น ผู้ประกอบการผลิตเส้นใยสังเคราะห์ 16 ราย ผู้ผลิตเส้นด้าย ผ้าทอ 1,000 ราย ผู้ประกอบกิจการฟอกย้อม 300400 ราย ส่วนที่เหลือเป็นผู้ผลิตเสื้อผ้า
ทั้งนี้สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ได้ร่วมกับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) พัฒนาโครงการผลิต เส้นใยจากพืช (polylactic acid) หรือ pcl (พีซีแอล) ที่นำมาจากพืชทางการเกษตรของไทยมาพัฒนาเป็นเส้นใย สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ โดยเป็นเส้นใยจากธรรมชาติ สามารถย่อยสลายได้ และมีความปลอดภัยกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งจะส่งผลดีต่อเกษตรกรให้มีรายได้สูงขึ้น และทำให้สินค้าเกษตรที่เหลือใช้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 10 เท่า หลังจากผลิตเป็นเส้นใย ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่มุ่งการใช้เส้นใยจากพืช และในอนาคตสามารถขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมดังกล่าวได้
น.ส.วันทนีย์ จองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมวัฒนธรรมนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า การพัฒนาเส้นใยจากพืช โดยใช้วัตถุดิบทางการเกษตรของไทย ในอนาคตจะทำให้ประเทศนำเข้าฝ้ายจากต่างประเทศลดลง รวมถึงการนำเข้าโพลีเอสเตอร์ ขณะเดียวกันมีแผนพัฒนาแบรนด์ พีซีแอล ให้เป็นตัวแทนของแบรนด์ประเทศไทย ที่มีความแข็งแกร่งและได้รับความนิยมเทียบเท่า แบรนด์ คอตตอน ยูเอสเอ ของประเทศสหรัฐ
ทั้งนี้หากมีการส่งเสริมใช้ใยจากพืชต่อเนื่อง ในอนาคตเส้นใยจากพืชจะมีการผลิตออกมาสู่ตลาดมากขึ้น และจะได้รับความนิยมจากผู้ประกอบการสิ่งทอเพิ่มขึ้น ส่วนในช่วงปี 25512558 สนช.ได้รับงบประมาณส่งเสริมจากภาครัฐจำนวน 1,800 ล้านบาท เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติก และมีเป้าหมายให้ไทยเป็นศูนย์กลางพลาสติกชีวภาพในภูมิภาค รวมถึงการส่งเสริมและพัฒนา พีซีแอล ในอุตสาหกรรมสิ่งทอด้วย
นายพิชัย อุตมาภินันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูไนเต็ด เท็กซ์ไทล์ มิลล์ กล่าวว่า อุตสาหกรรมสิ่งทอไทยต้องการใช้พีซีแอลมาร่วมผลิตในวัตถุดิบผลิตสินค้า เพราะในปัจจุบันฝ้ายที่เป็นวัตถุดิบหลักมีต้นทุนสูงขึ้นมากและมีแหล่งผลิตน้อยลง โดยหากมีการพัฒนาเส้นใยจากพืชให้มีคุณภาพสูงขึ้นและทนทานมากขึ้น คาดว่า ภายใน 8-10 ปีข้างหน้า บริษัทจะเริ่มผลิตออกมาทำตลาดอย่างจริงจัง เพราะในปัจจุบันราคาของพีซีแอลค่อนข้างแพงพอสมควร เพราะมีผู้ผลิตรายใหญ่สุดในโลกแห่งเดียวที่สหรัฐ







