posttoday
ยอดส่งออกอาหารชะลอตัว

ยอดส่งออกอาหารชะลอตัว

16 กรกฎาคม 2556

เศรษฐกิจโลกกำลังซื้อในประเทศลดแนะแปรรูปสินค้าเพิ่มมูลค่าดันรายได้

เศรษฐกิจโลกกำลังซื้อในประเทศลดแนะแปรรูปสินค้าเพิ่มมูลค่าดันรายได้

กสอ.คาดยอดส่งออกอาหารครึ่งปีหลังชะลอตัว แนะเอสเอ็มอีเร่งพัฒนาสินค้า แปรรูปเพิ่มมูลค่า พร้อมเปิดตัว 9 อาหารแปรรูปดาวเด่น

นายโสภณ ผลประสิทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า ภาพรวมการส่งออกอุตสาหกรรมอาหารของไทยในช่วงครึ่งปีหลังจะชะลอตัวตามเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อในประเทศที่หดตัวลงเล็กน้อย ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ต้องมุ่งพัฒนาสินค้าและแปรรูปอาหารให้มีมูลค่าสูงขึ้น เพื่อส่งออกและสร้างรายได้เพิ่มขึ้น

สำหรับยอดส่งออกสินค้าอาหารไทยในปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ 9.81 แสนล้านบาท เติบโต 1.5% จากปีก่อน ตามที่สถาบันอาหารประมาณการไว้ ส่วนเอสเอ็มอีไทยในปัจจุบันที่มีจำนวน 3 ล้านรายทั่วประเทศ ส่วนใหญ่สามารถปรับตัวและแข่งขันได้ โดยกลุ่มที่น่าเป็นห่วงจะเป็นสิ่งทอและภาคก่อสร้างที่ใช้แรงงานสูงมาก ดังนั้น เอสเอ็มอีต้องปรับตัวและหาแนวทางรับมือกับปัญหาแรงงานขาดตลาดให้ได้

ทั้งนี้ ปัจจุบันหน่วยงานรัฐทุกแห่งพร้อมให้ความช่วยเหลือเอสเอ็มอีเต็มที่ อาทิ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย มีวงเงินสินเชื่อให้แก่เอสเอ็มอี จำนวน 2 หมื่นล้านบาท รวมทั้งมีธนาคารอีก 45 แห่งที่ให้ความช่วยเหลือ

“มั่นใจว่าจากนโยบายของภาครัฐที่ส่งเสริมเอสเอ็มอีไทยอย่างเต็มที่ จะทำให้เอสเอ็มอีไทยสามารถแข่งขันได้ระยะยาว และสามารถปรับตัวกับปัจจัยลบต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ เพราะเอสเอ็มอีถือเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจไทย” นายโสภณ กล่าว

นอกจากนี้ กรมได้เปิดตัว 9 นวัตกรรมอาหารไทยที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่าจากผลผลิตทางการเกษตร และสามารถพัฒนาเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์เพื่อส่งออกในต่างประเทศ และรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ได้แก่ ทุเรียนผงพร้อมดื่ม เยลลี่วัยทอง ข้าวลดความอ้วน ผักอัดเม็ด ไวน์ผง ซุปฟักทองพร้อมดื่มทันที พายข้าวหอมมะลิ บะหมี่สายรุ้ง และซอสฟักข้าว

ทั้งนี้ จะนำผลิตภัณฑ์ไปขยายตลาดและเพิ่มช่องทางขายสินค้าในอาเซียนมากขึ้น เพราะตลาดอาเซียนเติบโตดีและมีกำลังซื้อสูง รวมทั้งทดแทนตลาดหลักจากสหรัฐและยุโรปที่ชะลอตัวลงได้ ประกอบกับเป็นสินค้าแปรรูปที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติและลูกค้าในต่างชาติสูงมาก โดย 9 นวัตกรรมอาหารอยู่ภายใต้โครงการ ไทยแลนด์ ฟู้ดวัลเลย์ ที่ได้ดำเนินการเป็นปีที่ 2 คาดว่าจะมีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการที่นำงานวิจัยไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ 160 ราย

ขณะเดียวกันได้วางพื้นที่เป้าหมายจำนวน 3 แห่ง เพื่อพัฒนาสินค้าเกษตรไทย ได้แก่ ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ เป็นศูนย์กลางเรื่องผักและผลไม้แปรรูป ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.นครราชสีมา เป็นศูนย์กลางผลิตเนื้อสัตว์ และภาคใต้ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นศูนย์กลางผลิตภัณฑ์ประมง ซึ่งเอสเอ็มอีสามารถติดต่อมาที่กรม เพื่อให้ช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ต่อเนื่อง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท