posttoday
Yield Curve ปรับตัวลงในตราสารหนี้ระยะยาว

Yield Curve ปรับตัวลงในตราสารหนี้ระยะยาว

16 กรกฎาคม 2556

ภาวะตลาดตราสารหนี้ (812 ก.ค. 2556) มีมูลค่าการซื้อขายรวม 350,880 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 70,176 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 18% ทั้งนี้ เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 77% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดหรือประมาณ 270,169 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลังมีมูลค่าการซื้อขาย 71,175 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชนมีมูลค่าการซื้อขาย 5,911 ล้านบาท หรือคิดเป็น 20% และ 2% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้นตามลำดับ

ภาวะตลาดตราสารหนี้ (812 ก.ค. 2556) มีมูลค่าการซื้อขายรวม 350,880 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 70,176 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 18% ทั้งนี้ เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 77% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดหรือประมาณ 270,169 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลังมีมูลค่าการซื้อขาย 71,175 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชนมีมูลค่าการซื้อขาย 5,911 ล้านบาท หรือคิดเป็น 20% และ 2% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้นตามลำดับ

สำหรับพันธบัตรรัฐบาล รุ่นที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรกคือรุ่น LB155A (อายุ 1.9 ปี) LB176A (อายุ 3.9 ปี) และ LB21DA (อายุ 8.4 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 20,620 ล้านบาท 15,709 ล้านบาท และ 9,957 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนพันธบัตรที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย รุ่นที่มีปริมาณซื้อขายสูงสุด 3 อันดับแรก คือรุ่น CB13730A (อายุ 14 วัน) CB13808C (อายุ 28 วัน) และ CB13O10B (อายุ 91 วัน) มูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 37,146 ล้านบาท 27,919 ล้านบาท และ 24,856 ล้านบาท ตามลำดับ

ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน จํากัด (มหาชน) รุ่น HEMRAJ231A (A) มูลค่าการซื้อขาย 423 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) รุ่น IRPC147A (A(tha)) มูลค่าการซื้อขาย 407 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รุ่น TLT14DA (AAA) มูลค่าการซื้อขาย 401 ล้านบาท

เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Yield Curve) ค่อนข้างนิ่ง ในตราสารหนี้ระยะสั้น อายุน้อยกว่า 10 ปี ขณะที่ตราสารอายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ปรับตัวลดลงในช่วงประมาณ 2 ถึง 4 Basis Point (100 Basis Point มีค่าเท่ากับ 1%) ในช่วงต้นสัปดาห์ตลาดยังกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจจะปรับลดขนาดการซื้อพันธบัตรลงภายในปีนี้ หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด ประกอบกับนักลงทุนกังวลการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจไทย ซึ่งส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันจันทร์ ก่อนที่จะปรับตัวลงต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ โดยมีแรงซื้อจากนักลงทุน หลังราคาพันธบัตรปรับตัวลงไปมากในช่วงก่อนหน้า รวมถึงความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจในภูมิภาคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นถ้อยแถลงของประธาน Fed ที่สะท้อนว่า Fed ยังคงประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐอย่างรอบคอบก่อนจะเริ่มชะลอการเข้าซื้อพันธบัตรภายใต้มาตรการ QE และระบุว่า นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายยังคงมีความจำเป็นในช่วงระยะเวลาข้างหน้านี้

ความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งสะท้อนผ่านตัวเลขการส่งออกเดือน มิ.ย. ที่หดตัวลง 3.1% และการที่ S&P ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของอิตาลีลงมาอยู่ที่ “BBB” รวมไปถึงสัญญาณการคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำในช่วง 1 ปีข้างหน้าจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารกลางยุโรป

สำหรับทิศทางภาวะตลาดตราสารหนี้ในสัปดาห์หน้า คงต้องจับตากระแสการเคลื่อนย้ายเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติ ข้อมูล GDP ประจำไตรมาส 2/2556 ของจีน และตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญต่างๆ ของสหรัฐ

ในสัปดาห์นี้นักลงทุนต่างชาติมียอด ขายสุทธิ ในตราสารหนี้ทุกประเภท (ทั้งระยะสั้นและระยะยาว) รวมกัน 286 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว (อายุคงเหลือมากกว่า 1 ปี) 3,523 ล้านบาท แต่กลับซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น 3,237 ล้านบาท สำหรับนักลงทุนรายย่อย มียอด ซื้อสุทธิ 885 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท