posttoday

พิสูจน์ฝีมือรุ่น 2 "หงษ์มังกร" ยกเครื่องกรุงธนคอมเพล็กซ์

16 กรกฎาคม 2556

กรุงธนคอมเพล็กซ์ หรือที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในชื่อของกรุงธนคาเฟ่ ถือเป็นธุรกิจสถานบันเทิงอีกหนึ่งแห่งที่อยู่คู่กับคนกรุงเทพฯ

โดย...จะเรียม สำรวจ

กรุงธนคอมเพล็กซ์ หรือที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในชื่อของกรุงธนคาเฟ่ ถือเป็นธุรกิจสถานบันเทิงอีกหนึ่งแห่งที่อยู่คู่กับคนกรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรีมานานกว่า 20 ปี แต่ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้กรุงธนคอมเพล็กซ์ต้องปรับให้เท่าทัน

ผู้ที่มีแนวคิดที่จะยกเครื่องกรุงธนคอมเพล็กซ์ให้มีความทันสมัย เหมาะกับผู้บริโภคยุคปัจจุบันก็คือสิระ หงษ์มังกร ทายาทรุ่นที่ 2 ของครอบครัวหงษ์มังกร หลังจากเรียนจบจากประเทศอังกฤษ และด้วยความที่ชอบสังสรรค์ จึงเรียนรู้ว่าจุดนัดพบของคนรุ่นใหม่ยุคนี้ไม่ใช่คาเฟ่ แต่เป็นสถานที่ที่มีร้านอาหาร ตกแต่งสวยงาม นั่งสบาย อาหารอร่อย จึงเสนอไปยัง จรรยาหงษ์มังกร ผู้เป็นแม่ว่าต้องการที่จะปรับปรุงกรุงธนคอมเพล็กซ์ใหม่ทั้งหมด เพื่อให้มีภาพลักษณ์ทันสมัย และเป็นจุดนัดพบของคนรุ่นใหม่ย่านฝั่งธนบุรี

เมื่อได้รับการอนุมัติให้ปรับปรุงกรุงธนคอมเพล็กซ์ สิระ ได้ใช้งบประมาณกว่า 100 ล้านบาท รื้อโครงสร้างของกรุงธนคอมเพล็กซ์ทั้งหมด เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ที่ทันสมัยและสวยงาม โดยเริ่มปรับปรุงตั้งแต่เดือน ม.ค. 2556 และเปิดให้บริการโฉมใหม่เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งผลการตอบรับน่าพอใจ

“จุดขายของคาเฟ่คือ มีนักร้องมาร้องเพลง และมีตลกมาเล่น ซึ่งตลกดังๆ ล้วนแต่เคยมาเล่นในคาเฟ่ของเรา ไม่ว่าจะเป็นหม่ำ เท่ง โหน่ง หรือล้อต๊อก แต่ปัจจุบันยุคสมัยเปลี่ยนไป ตลกไปอยู่ในทีวีหมดแล้ว เราจึงต้องปรับตัว” สิระ กล่าว

สำหรับภาพที่ทายาทรุ่น 2 หงษ์มังกร วางแผนเอาไว้คือ การทำให้กรุงธนคอมเพล็กซ์โฉมใหม่กลายเป็นจุดนัดพบของทุกคนในครอบครัว โดยกลุ่มเป้าหมายหลักจะมีอายุเริ่มตั้งแต่ 2035 ปี ขณะที่กลุ่มเป้าหมายของกรุงธนคอมเพล็กซ์โฉมเก่าจะเน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายอายุ 40 ปีขึ้นไป

จุดขายของกรุงธนคอมเพล็กซ์โฉมใหม่จะเน้นการบริการที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ เพราะภายในจะมีทั้งร้านอาหาร บาร์แอนด์บิสโทร และเอนเตอร์เทนเซอร์วิสอื่นๆ ซึ่งสิระบอกว่า เหมือนการยกรูปแบบร้านดังๆ ในย่านทองหล่อและเอกมัยมาไว้ที่นี่ เพื่อเป็นสถานที่แฮงเอาต์บรรยากาศดีๆ สำหรับคนที่อยู่ฝั่งธนฯ

ทั้งนี้ จะแบ่งภายในออกเป็น 2 ชั้น โดยชั้น 1 จะเป็นร้านเดอะ คาเฟ่ ที่ตกแต่งและออกแบบสร้างบรรยากาศสบายๆ จำลองสวนสวยๆ หน้าบ้านยกเข้ามาไว้ภายในห้องแอร์ ประกอบด้วย 3 โซน คือ โซนเทอร์เรซ โซนการ์เด้น และโซนกลาสเฮาส์ หรือโซนกระจก ส่วนชั้น 2 จะเป็นร้าน อะ บาร์ อะโบฟ ร้านอาหารและเครื่องดื่มสไตล์บาร์แอนด์บิสโทร ตกแต่งร้านแบบชิกๆ เพื่อเจาะเป้าหมายคนรุ่นใหม่ที่ต้องการมาสังสรรค์

“คอนเซปต์ร้านแบบนี้ผมคิดมาตั้งแต่ตอนเรียนที่อังกฤษประมาณครึ่งปี โดยส่วนตัวเป็นคนชอบไปแฮงเอาต์กับเพื่อนๆ หลังจากดูแนวโน้มของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในคาเฟ่ที่เริ่มลดลง เพราะคนรุ่นเก่าลดลงมีกลุ่มคนรุ่นใหม่เข้ามาแทนที่ ซึ่งไม่นิยมเที่ยวคาเฟ่ผมจึงมีแนวคิดที่จะปรับปรุงคาเฟ่ของเราให้ทันสมัยและมองระยะยาวไปอีก 10 ปี”

สำหรับการทำตลาดกรุงธนคอมเพล็กซ์โฉมใหม่จะเน้น 6 กลยุทธ์หลักคือ 1.ตรงจุดวางการบริหารใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบัน 2.หลากหลายมีร้านอาหารที่หลากหลายมากกว่า 4-5 ร้าน 3.ราคายุติธรรมค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนจะอยู่ที่ 400-500 บาทต่อครั้ง 4.ดีไซน์โดดเด่น 5.ความใหม่ และ 6.การทำตลาดแบบ 360 องศา

ในช่วงแรก สิระ กล่าวว่า จะเน้นไปที่การสร้างแบรนด์เป็นหลัก ซึ่งกลยุทธที่นำมาใช้คือ การติดตั้งจอแอลอีดีขนาดใหญ่อยู่บริเวณด้านหน้าของกรุงธนคอมเพล็กซ์ เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าได้เห็นว่ามีบริการอะไร และมีโปรโมชั่นอะไรบ้าง โดยในส่วนของงบการตลาดที่ใช้ในช่วงปีแรกจะอยู่ที่ประมาณ 510 ล้านบาท

หลังจากปรับโฉมใหม่ สิระถูกถามว่า ทำไมไม่เปลี่ยนชื่อด้วย เขาตอบว่าไม่เปลี่ยน เพราะชื่อนี้เป็นสิ่งที่แม่เป็นคนสร้างขึ้นมา และเขามั่นใจว่าจะสามารถทำให้กรุงธนคอมเพล็กซ์โฉมใหม่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ หลังปรับมีลูกค้ารุ่นเก่าเข้ามาถามว่าไม่มีนักร้อง แล้วหรือ ผมตอบไปเลยว่าไม่มี เพราะผมไม่คิดจะเก็บกลุ่มลูกค้าเก่าไว้เลย เนื่องจากกลุ่มลูกค้าใหม่ที่กำลังจะสร้างขึ้นมามีเยอะกว่า”สิระกล่าว ปัจจุบัน สุระ หงษ์มังกร ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ กรุงธนคอมเพล็กซ์ โดยตั้งเป้าไว้ว่าจะดำเนินธุรกิจให้คืนทุนภายใน 3 ปี และภายในระยะเวลา 5 ปี จะทำให้กรุงธนคอมเพล็กซ์กลับมามีชื่อเสียงอีกครั้ง ด้วยคติในการทำงานที่ว่า “ถ้ามั่นใจก็ต้องทำเลย”

ข่าวล่าสุด

นิด้าโพล เผย ประชาชนเกือบครึ่งไม่เห็นใจ ครม.อนุทิน2 แก้วิกฤตพลังงาน