posttoday
ซีพีเอฟ ถอยเพื่อรุก ปลุกเฟรชมาร์ทโกย 2 หมื่นล.

ซีพีเอฟ ถอยเพื่อรุก ปลุกเฟรชมาร์ทโกย 2 หมื่นล.

16 กรกฎาคม 2556

หลังจากบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือซีพีเอฟ ได้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกภายใต้ชื่อ ซีพี เฟรชมาร์ท มาเป็นระยะเวลาเกือบ 7 ปี เพื่อเติมเต็มธุรกิจปลายน้ำ ปีนี้ซีพีเอฟมีแผนที่จะปรับโครงสร้างของธุรกิจค้าปลีกครั้งใหญ่ ด้วยการชู 3 โมเดลหลักในการดำเนินธุรกิจ ประกอบด้วย ตู้เย็นชุมชน ร้านซีพี เฟรชมาร์ท และร้านซีพี เฟรชมาร์ท พลัส

หลังจากบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือซีพีเอฟ ได้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกภายใต้ชื่อ ซีพี เฟรชมาร์ท มาเป็นระยะเวลาเกือบ 7 ปี เพื่อเติมเต็มธุรกิจปลายน้ำ ปีนี้ซีพีเอฟมีแผนที่จะปรับโครงสร้างของธุรกิจค้าปลีกครั้งใหญ่ ด้วยการชู 3 โมเดลหลักในการดำเนินธุรกิจ ประกอบด้วย ตู้เย็นชุมชน ร้านซีพี เฟรชมาร์ท และร้านซีพี เฟรชมาร์ท พลัส

ปัจจัยที่ทำให้ซีพีเอฟต้องออกมาปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ในปีนี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากสาขาที่เปิดให้บริการบางทำเลไม่ประสบความสำเร็จ ส่งผลต้องปิดให้บริการไป เพื่อไม่ให้เกิดการขาดทุนสะสม

ชัยยุทธ ทิพย์สุวรรณพร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ผู้ดูแลธุรกิจซีพี เฟรชมาร์ท บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร กล่าวว่า การที่บริษัทต้องปิดร้านบางส่วนไปก็เพื่อ “ถอยเพื่อรุก” เพราะถ้ายังดันทุรังอยู่ก็ยิ่งจะทำให้ธุรกิจขาดทุน โดยในส่วนของร้านซีพี เฟรชมาร์ท ตั้งแต่ปีที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ปิดให้บริการไปแล้วประมาณ60-70 สาขา

ขณะที่ตู้เย็นชุมชนปิดให้บริการไปแล้วประมาณ 1,000 จุด สำหรับในส่วนของร้านซีพี เฟรชมาร์ท พลัส ซึ่งก่อนหน้านี้ใช้ชื่อร้านว่า “ซีพี ฟู้ดมาร์เก็ต” ปัจจุบันมี 5 สาขา โดย 2 สาขา คือ ศูนย์การค้าธัญญะ ช็อปปิ้ง พาร์ค และบดินทรเดชา อยู่ระหว่างการปรับปรุงร้านและรูปแบบการให้บริการ เนื่องจากมียอดขายไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

จากปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้ซีพีเอฟต้องชะลอการขยายสาขาร้านซีพี เฟรชมาร์ท พลัส ออกไปในปีนี้ และหันมาเน้นทำตลาด 5 สาขาเก่าที่มีอยู่ในปัจจุบันให้ประสบความสำเร็จ ประกอบด้วย พญาไท ฟอร์จูน วังน้อย บดินทรเดชา และศูนย์การค้าธัญญะ ช็อปปิ้ง พาร์ค

ชัยยุทธ กล่าวว่า แผนการดำเนินธุรกิจระหว่างปี 2556-2559 บริษัทจะนำร้านซีพี เฟรชมาร์ท เข้าไปในทุกชุมชนของประเทศไทย โดยเฉพาะในตัวอำเภอ หลังจากปัจจุบันสามารถนำตู้เย็นชุมชน และร้านซีพี เฟรชมาร์ท เข้าไปเปิดให้บริการได้แล้วทุกจังหวัด

ในด้านของงบลงทุนยาว 4 ปี ได้เตรียมงบไว้ที่ประมาณ 1,500 ล้านบาท สำหรับการเปิดร้านใหม่ โดยในส่วนของร้านซีพี เฟรชมาร์ท พลัส แม้ว่าปีนี้จะเปิดสาขาเพิ่ม แต่นับจากปี 2557-2559 จะเปิดร้านใหม่ให้ครบ 50 สาขา หรือเฉลี่ยปีละ 1015 สาขา ซึ่งแต่ละสาขาจะใช้งบลงทุนประมาณ 15-18 ล้านบาท ลดลงจากเดิมที่ใช้ประมาณ 20-25 ล้านบาท

ส่วนร้านซีพี เฟรชมาร์ท ปีนี้มีแผนที่จะเปิดร้านใหม่ 80 สาขา แต่นับจากปี 2557 เป็นต้นไปจะเปิดร้านใหม่ต่อปีที่ 300-350 สาขา ภายใต้งบลงทุนเฉลี่ยต่อสาขาที่ประมาณ 1.2-1.5 ล้านบาท ซึ่งหลังจากจบปี 2559 คาดว่าจะมีร้านซีพี เฟรชมาร์ท เปิดให้บริการไม่ต่ำกว่า 1,700 สาขา จากปัจจุบันมี 620 สาขา และเพิ่มเป็น 700 สาขาในสิ้นปีนี้

ในส่วนของตู้เย็นชุมชน ขณะนี้มีจำนวนสาขาเปิดให้บริการอยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นตู้ คาดว่าสิ้นปีจะเพิ่มเป็น 1.51.6 หมื่นตู้ และเพิ่มเป็น 5 หมื่นตู้ในปี 2559 หรือเฉลี่ยการขยายตู้เพิ่มต่อปีที่ประมาณ 1.5 หมื่นตู้

ชัยยุทธ กล่าวว่า จากการแข่งขันของธุรกิจร้านสะดวกซื้อหรือคอนวีเนียนสโตร์ที่รุนแรงมากขึ้น เพราะมีผู้เล่นรายใหญ่อย่างร้านลอว์สัน 108 และร้านแฟมิลี่มาร์ทออกมาทำการตลาดเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ร้านโชห่วยต้องออกมาปรับตัวเพื่อสู้กับการแข่งขันที่รุนแรง จากปัจจัยดังกล่าวบริษัทจึงเห็นโอกาสในการส่งตู้เย็นชุมชนเข้าไปเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับร้านโชห่วย

นอกจากจะเดินหน้าขยายสาขาใหม่เพิ่มขึ้นแล้ว ซีพีเอฟมีแผนที่จะเพิ่มศูนย์กระจายสินค้าย่อยขึ้นอีกจำนวน 3 สาขาในภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ ภายใต้งบลงทุนสาขาละ 50 ล้านบาท จากปัจจุบันมีอยู่ 3 สาขา คือ จ.ลำปาง ขอนแก่น และสุราษฎร์ธานี

ปัจจุบันร้านซีพี เฟรชมาร์ท พลัส มีจำนวนสินค้าที่จำหน่ายภายในร้านอยู่ที่ประมาณ 450 รายการ ขณะที่ร้านซีพี เฟรชมาร์ท มีจำนวนสินค้าจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 300 รายการ และตู้เย็นชุมชนมีสินค้าจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 60 รายการ

หลังจากออกมาปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ในปีนี้ และวางกลยุทธ์ค้าปลีกระยะยาวไปจนถึงปี 2559 ซีพีเอฟคาดว่าภายในสิ้นปี 2559 จะมีรายได้จากธุรกิจค้าปลีกภายใต้ 3 โมเดลธุรกิจไม่ต่ำกว่า 2-2.3 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากร้านซีพี เฟรชมาร์ท พลัส 3,000 ล้านบาท ร้านซีพี เฟรชมาร์ท 1.3 หมื่นล้านบาท และตู้เย็นชุมชน 7,000 ล้านบาท

ขณะที่สิ้นปีนี้คาดการณ์ว่าจะปิดรายได้อยู่ที่ประมาณ 8,000-8,500 ล้านบาท เติบโต 32% เมื่อเทียบกับปี 2555 ซึ่งในครึ่งปีแรก ชัยยุทธยอมรับว่า รายได้ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างทางธุรกิจ

ถือเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดที่มีความท้าทายรออยู่ตลอด 3 ปีข้างหน้า

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ