posttoday
ศก.ฟุบ-หนี้พุ่ง

ศก.ฟุบ-หนี้พุ่ง

15 กรกฎาคม 2556

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติรายงานสภาวะเศรษฐกิจให้กับคณะรัฐมนตรีเมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว พบว่า เศรษฐกิจครึ่งปีแรกชะลอตัวหนักกว่าที่หลายฝ่ายประเมินไว้ ซึ่งจากเดิมตัวเลขส่งออกซึ่งลดตัวลงอย่างฮวบฮาบ เฉพาะ 5 เดือนแรก ขยายตัวในเชิงดอลลาร์เพียงร้อยละ 1.86 จากที่ภาคเอกชนประเมินไว้ว่าน่าจะขยายตัวร้อยละ 5.0ตัวเลขการส่งออกที่ลดลง บวกกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ผลประกอบการที่ออกมาส่วนใหญ่ โดยเฉพาะผู้ส่งออก SMEs จึงไม่ค่อยดี ขณะที่ผู้ส่งออกขนาดใหญ่บางรายต้องปิดโรงงานลอยแพพนักงาน ซึ่งโรงงานที่เป็นข่าวนั้นเป็นเพียง “หนังตัวอย่าง” เท่านั้น

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติรายงานสภาวะเศรษฐกิจให้กับคณะรัฐมนตรีเมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว พบว่า เศรษฐกิจครึ่งปีแรกชะลอตัวหนักกว่าที่หลายฝ่ายประเมินไว้ ซึ่งจากเดิมตัวเลขส่งออกซึ่งลดตัวลงอย่างฮวบฮาบ เฉพาะ 5 เดือนแรก ขยายตัวในเชิงดอลลาร์เพียงร้อยละ 1.86 จากที่ภาคเอกชนประเมินไว้ว่าน่าจะขยายตัวร้อยละ 5.0ตัวเลขการส่งออกที่ลดลง บวกกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ผลประกอบการที่ออกมาส่วนใหญ่ โดยเฉพาะผู้ส่งออก SMEs จึงไม่ค่อยดี ขณะที่ผู้ส่งออกขนาดใหญ่บางรายต้องปิดโรงงานลอยแพพนักงาน ซึ่งโรงงานที่เป็นข่าวนั้นเป็นเพียง “หนังตัวอย่าง” เท่านั้น

เศรษฐกิจของไทยชะลอตัวครั้งนี้ ค่อนข้างน่าวิตก เพราะเกิดกับภาคการส่งออก และมีปัญหาพร้อมกันทั้งสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าเกษตร ซึ่งในเดือน พ.ค. ติดลบร้อยละ 0.9 ขณะที่สินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปก็ติดลบร้อยละ 16.4 ซึ่งตัวเลขนี้เป็นเชิงดอลลาร์ หากเป็นเงินบาทจะติดลบสูงกว่านี้มาก

การชะลอตัวของภาคส่งออกเป็นปัญหาค่อนข้างใหญ่ รัฐบาลต้องให้ความสนใจเพราะเกี่ยวข้องกับแรงงานทั้งทางตรงและทางอ้อม 10 กว่าล้านคน การแก้ปัญหาจึงไม่ใช่แค่กระทรวงพาณิชย์ แต่ต้องเกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะตัวผู้ส่งออก ซึ่งปัญหาใหญ่คงเกี่ยวข้องกับเรื่องสภาพคล่องและตัวเลขการขายซึ่งลดลง

นอกจากปัญหาด้านการส่งออกแล้ว เห็นว่าการบริโภคภาคประชาชนซึ่งไตรมาสแรกขยายตัวได้ที่ร้อยละ 3.9 ก็น่าวิตกพอควรอยู่แล้ว แต่ตัวเลขของสภาพัฒน์แจงว่า 2 เดือนแรกของไตรมาส 2 ขยายตัวเหลือแค่ร้อยละ 0.8 เห็นตัวเลขนี้แล้วค่อนข้างช็อก เพราะอันที่จริงการบริโภคภายในประเทศปีนี้ไม่น่าจะติดลบ จากที่ขยายตัวในปีที่แล้วเฉลี่ยร้อยละ 6.7 ทั้งที่ในปีนี้ผู้ประกอบการต้องจ่ายเงินค่าจ้างเพิ่มมากขึ้นจากนโยบายค่าจ้าง 300 บาททั่วประเทศ ซึ่งเป็นเงินไม่น้อยที่เข้าไปสู่แรงงาน รวมทั้งโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ผ่านมาใช้เงินเป็นหลักแสนล้าน

อีกทั้ง การจำนำข้าว ก็ทำให้รายได้เกษตรกรควรจะสูงขึ้น แต่กลับเป็นว่ารายได้เกษตรกรกลับติดลบร้อยละ 2.2 ในไตรมาสแรก และ 2 เดือนแรกของไตรมาส 2 ติดลบหนักกว่าเดิมที่ร้อยละ 2.7 คงต้องฝากคำถามนี้ไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องว่า เงินที่ทั้งภาครัฐและเอกชนใส่เข้าไปในระบบหลายแสนล้าน ทำไมการบริโภคกลับถดถอย เงินไปกระจุกอยู่ที่ไหน เพราะจะบอกว่าสินค้าแพงเป็นต้นเหตุก็คงไม่ได้ เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปก็อยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างต่ำ (เฉลี่ยร้อยละ 2.32.5)

ผลพวงของเศรษฐกิจชะลอตัวของไทยที่มีผลไปถึงประชาชน สะท้อนจากตัวเลขหนี้สินภาคครัวเรือน ซึ่งก็คือหนี้สินของประชาชน ที่ขยายตัวสูงมาก ธนาคารแห่งประเทศไทยเผยว่า หนี้ครัวเรือนในไตรมาสแรกของปีนี้ขยายตัวถึงร้อยละ 16.24 โดยตัวเลข ณ สิ้นไตรมาส 1 ทั้งระบบมียอดการให้กู้ยืมแก่ภาคครัวเรือน 8.97 ล้านล้านบาท ซึ่งตัวเลขทั้งธนาคารพาณิชย์ ธนาคารรัฐ สหกรณ์ บริษัทหลักทรัพย์ ล้วนมีการให้กู้ยืมสูงขึ้น

นอกจากนี้ ที่น่าเป็นห่วงก็จะเป็นตัวเลขหนี้ซึ่งมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ถึงแม้จะเป็นสัดส่วนที่ไม่มาก เมื่อเทียบกับเงินกู้ทั้งระบบ แต่หนี้ส่วนนี้ส่วนใหญ่เกิดจากคนชั้นกลางซึ่งมีรายได้น้อยและประจำ ทั้งนี้ จากตัวเลขของหลายธนาคารพบว่า ประชาชนเริ่มมีปัญหาการชำระผ่านบัตรเครดิต ถึงขั้นต้องมีการผ่อนชำระ ซึ่งมีดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 1020 รัฐบาลจะต้องเร่งเข้ามาสะสาง เพราะเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก

ผมเห็นเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงมาหลายครั้งแล้ว ยังไม่ค่อยหนักใจเท่ากับครั้งนี้ เพราะแม้วิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 จะถือว่าหนักมาก แต่ไม่กระทบภาคส่งออกและภาคเกษตร จึงสามารถอุ้มเศรษฐกิจไปจนผ่านพ้นวิกฤตได้ แต่เศรษฐกิจชะลอตัวครั้งนี้ ดูเหมือนว่าเกิดกับทุกภาคส่วนทั้งผู้ประกอบการ ภาคการผลิต ภาคเกษตร และภาคประชาชน ซึ่งยังดีว่าภาคท่องเที่ยวพอมาช่วยไว้ได้บ้าง เอาว่าเหนื่อยก็แล้วกันครับ...

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท