posttoday
ทันสถานการณ์

ทันสถานการณ์

15 กรกฎาคม 2556

เล็งใช้มาตรการเอดีคู่ค้าเพิ่ม

เล็งใช้มาตรการเอดีคู่ค้าเพิ่ม

น.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการไต่สวนเพื่อใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) กับสินค้า 3 รายการที่นำเข้าจาก 3 ประเทศ ซึ่งจะทำให้ไทยมีการใช้มาตรการเอดีกับสินค้ารวม 14 รายการ จาก 17 ประเทศ เพื่อปกป้องไม่ให้อุตสาหกรรมภายในประเทศได้รับผลกระทบจากการที่ผู้ค้าต่างประเทศขายสินค้าในไทยต่ำกว่าที่ขายในประเทศตนเอง โดยเป็นการใช้มาตรการเอดีกับสินค้ากลุ่มเหล็กชนิดต่างๆ ที่นำเข้าจากจีนมากที่สุด

พร้อมกันนี้ กรมอยู่ระหว่างการทบทวนความจำเป็นในการต่ออายุมาตรการเอดี และทบทวนอัตราอากรที่เรียกเก็บจากสินค้า 2 รายการ ได้แก่ กรดซิตริกที่นำเข้าจากจีน และเหล็กแผ่นรีดร้อนจากเกาหลีใต้ ส่วนมาตรการตอบโต้การอุดหนุน (ซีวีดี) ยังไม่มีการใช้กับสินค้าจากประเทศใด

ขณะที่ประเทศคู่ค้าที่มีการใช้มาตรการตอบโต้และปกป้องทางการค้ากับสินค้าไทย ล่าสุดพบว่ามีสินค้าไทยถูกใช้มาตรการเอดีรวม 57 รายการ จาก 15 ประเทศ และยังมีอีก 4 ประเทศที่อยู่ระหว่างเปิดการไต่สวนเพื่อใช้มาตรการนี้กับสินค้าไทยเพิ่มขึ้นอีก 4 รายการ

แผนพัฒนาพื้นที่พหลโยธินสะดุด

นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำแผนแม่บทในการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพที่ดินย่านพหลโยธิน 2,325 ไร่ เพื่อเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์ ว่า ได้เสนอแผนให้กระทรวงคมนาคมรับทราบแล้ว เบื้องต้นกำหนดการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากพื้นที่หลายส่วนติดสัญญาเช่าอยู่ประมาณ 1520 ปี และบางพื้นที่ยังมีสัญญาระยะยาวถึงปี 2587 จึงไม่สามารถดำเนินการพร้อมกันได้ทันที

สำหรับพื้นที่ที่สามารถพัฒนาได้ก่อนคือ จุดจอดรถสินค้า โรงปูน และตลาดนัดรถไฟเก่า

ด้านสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นแผนงานของ ร.ฟ.ท. อย่างไรก็ตาม คาดว่าการพัฒนาพื้นที่ย่านพหลโยธินจะต้องแบ่งเป็นโซนเพื่อความคล่องตัว

ดันฟู้ดวัลเลย์รับเออีซี

นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติงบประมาณให้โครงการอุทยานอาหาร หรือไทยแลนด์ฟู้ดวัลเลย์ สำหรับพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อสร้างฐานของอุตสาหกรรมอาหารภาคเหนือให้เป็นผู้นำด้านการแปรรูปผักและผลไม้รวมทั้งสินค้าเกษตรอินทรีย์ภายในปี 2556

สำหรับโครงการนี้จะเน้นการทำงานเชิงระบบทั้งห่วงโซ่อาหารตั้งแต่วัตถุดิบภาคการผลิต การแปรรูป การตลาดและการบริหารจัดการ ครอบคลุมอุตสาหกรรมอาหารในเขตภาคเหนือตอนบน ได้แก่ จ.เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน ที่มีโรงงานส่งออกอาหารแปรรูปในพื้นที่กว่า 500แห่ง สร้างรายได้กว่า 2,0003,000 ล้านบาทต่อปี

“โครงการนี้จะเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อเตรียมความพร้อมรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่จะมีการแข่งขันรุนแรงขึ้น โดยไทยจะยึดเนเธอร์แลนด์เป็นต้นแบบการพัฒนา” นายวิฑูรย์ กล่าว

ทั้งนี้ นอกจากการตั้งเป้าให้ จ.เชียงใหม่ เป็นศูนย์กลางของฟู้ดวัลเลย์ภาคเหนือตอนบนและเป็นศูนย์กลางในเรื่องผักและผลไม้แปรรูปแล้ว ยังมีแผนขยายไปอีกสองพื้นที่ คือ จ.นครราชสีมา เพื่อให้เป็นศูนย์กลางผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่จะเป็นศูนย์กลางด้านผลิตภัณฑ์ประมงภาคใต้

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล