posttoday
กูรูธุรกิจแนะทางรอดรับมือเศรษฐกิจขาลง

กูรูธุรกิจแนะทางรอดรับมือเศรษฐกิจขาลง

15 กรกฎาคม 2556

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจ

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจ

ภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว ซึ่งจะเห็นได้ชัดตั้งแต่ครึ่งปีหลังนี้เป็นต้นไป ทำให้ภาคธุรกิจไทยจำเป็นต้องเตรียมพร้อมในการรับมือและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้ทันกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

พงษ์ศักดิ์ อัสสกุล ประธานอาวุโส หอการค้าไทย กล่าวว่า สิ่งที่ผู้ประกอบการภาคเอกชนจะต้องปรับตัวหากเศรษฐกิจขยายตัวลดลง คือ 1.การผลิตสินค้าที่มีมูลค่าสูง หรือการเพิ่มมูลค่าสินค้าที่ผลิตอยู่ สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง 2.พยายามสร้างพันธมิตรทางธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำไปถึงปลายน้ำ เพื่อลดต้นทุนการผลิตโดยใช้โลจิสติกส์ร่วมกัน

และ 3.มองหาตลาดลูกค้าใหม่ๆ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศในอาเซียน ที่ยังมีกำลังซื้อที่ดีอยู่เทียบกับสหรัฐและยุโรปที่ยังมีปัญหาเศรษฐกิจ โดยผู้ประกอบการจะต้องลงไปสำรวจตลาดแบบเจาะลึกว่าใครต้องการสินค้าอะไรบ้าง เพื่อให้ได้ลูกค้าที่ตรงกลุ่มเป้าหมายจริงๆ โดยกลุ่มสินค้าที่ยังมีโอกาสขยายการส่งออกได้ดีคือ กลุ่มสินค้าเกษตรและอาหาร แต่จะต้องผลิตแบบครบวงจร

“หากมองเรื่องการส่งออก ประเด็นที่หลายคนเป็นห่วงคือภาพลักษณ์ของข้าวว่ามีสารปนเปื้อน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น ผู้เกี่ยวข้องควรพิสูจน์ ชี้แจงว่าไม่ใช่เรื่องจริง ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นกระแสลุกลามไปถึงสินค้าในหมวดอื่นๆ ทำให้ไทยสูญเสียความเชื่อมั่นไปได้” พงษ์ศักดิ์ กล่าว

ธนิต โสรัตน์ เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ผู้ประกอบการทั้งกลุ่มผู้ส่งออกและขายในประเทศกำลังเจอปัจจัยลบ 3 ด้านพร้อมกัน คือ ยอดขายลดลง ราคาขายต่อหน่วยลดลง เพราะช่วงที่ยอดขายตกผู้ประกอบการต้องแข่งกันลดราคาเพื่อเพิ่มยอดขายและรักษาต้นทุนผลิตต่อหน่วย และปัญหาต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นตามค่าแรง ถ้าเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่จะรับสถานการณ์ได้ เพราะสามารถลดต้นทุนได้หลายทาง เนื่องจากมีอำนาจต่อรองสูง ดังนั้นกลุ่มที่ต้องปรับตัวอย่างมากจึงเป็นกลุ่มเอสเอ็มอี

สำหรับแนวทางที่เอสเอ็มอีต้องทำในภาวะเศรษฐกิจชะลอลงนี้คือ ลดต้นทุนเพื่อรักษาสภาพคล่อง เช่น หากพนักงานออกอาจไม่รับคนเพิ่ม ชะลอลงทุนโครงการต่างๆ ออกไปก่อนจนกว่าสถานการณ์เศรษฐกิจจะดีขึ้น ซึ่งเป็นแนวโน้มที่เริ่มเกิดขึ้นแล้ว เห็นได้จากการนำเข้าเครื่องจักรลดลง โดยเดือน พ.ค.ที่ผ่านมามีการนำเข้าเครื่องจักรหดตัวลง 15% นอกจากนี้ยังต้องระวังมากขึ้นว่าคู่ค้ามีปัญหาสภาพคล่องในการชำระค่าสินค้าหรือไม่ เพราะสถานการณ์นี้ผู้ประกอบการจะพยายามยืดเวลาการชำระเงินมากขึ้น

“สถานการณ์ช่วงที่เหลือ คงไม่มีเอสเอ็มอีรายใดพูดถึงเรื่องกำไร เพราะหวังแค่ประคองตัวและผ่านไปได้” ธนิต กล่าว

เพ็ญทิพย์ พรจะเด็ด นายกสมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (สสวท.) กล่าวว่า การปรับตัวของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยในภาวะเศรษฐกิจไทยชะลอตัว คือการรวมกลุ่มไปเจรจาและหาลู่ทางลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น เพื่อหาตลาดใหม่ที่กำลังซื้อดี และที่ผ่านมาผู้ประกอบการในสมาคมได้รวมกลุ่มไปศึกษาตลาดในต่างประเทศต่อเนื่อง รวมทั้งเข้าไปทำธุรกิจและขายสินค้าในพื้นที่ชายแดนที่มีศักยภาพเติบโต มีความต้องการสินค้าไทยสูงสุด โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค ส่วนแนวโน้มต้นทุนการผลิตที่เริ่มสูงขึ้นและส่งผลกระทบต่อเอสเอ็มอีเพราะไม่สามารถขึ้นราคาได้นั้น อยากให้เอสเอ็มอีมุ่งพัฒนาสินค้าให้มีมูลค่าสูงขึ้น และผลิตสินค้าที่มีนวัตกรรมเพื่อให้แข่งขันได้ในระยะยาว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท