
หุ้น-เศรษฐกิจครึ่งปีหลัง
และแล้ว ครึ่งปีแรกของปี 2556 ก็ผ่านพ้นไป ซึ่งต้องบอกว่าเป็นครึ่งปีที่มีความผันผวนมากเสียยิ่งกว่าการนั่งรถไฟเหาะตีลังกาเสียอีก โดยเฉพาะในเรื่องของการลงทุน สินทรัพย์การลงทุนหลายๆ ประเภท ไม่ว่าจะเป็นหุ้น ตราสารหนี้ ทองคำ หรือน้ำมัน ต่างก็ปรับตัวขึ้นและลงอย่างรวดเร็วในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา จนบางทีเผลอกะพริบตาทีเดียวก็อาจจะกำไรเป็นกอบเป็นกำ หรือขาดทุนอย่างไม่ทันตั้งตัว
และแล้ว ครึ่งปีแรกของปี 2556 ก็ผ่านพ้นไป ซึ่งต้องบอกว่าเป็นครึ่งปีที่มีความผันผวนมากเสียยิ่งกว่าการนั่งรถไฟเหาะตีลังกาเสียอีก โดยเฉพาะในเรื่องของการลงทุน สินทรัพย์การลงทุนหลายๆ ประเภท ไม่ว่าจะเป็นหุ้น ตราสารหนี้ ทองคำ หรือน้ำมัน ต่างก็ปรับตัวขึ้นและลงอย่างรวดเร็วในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา จนบางทีเผลอกะพริบตาทีเดียวก็อาจจะกำไรเป็นกอบเป็นกำ หรือขาดทุนอย่างไม่ทันตั้งตัว
สำหรับตลาดหุ้นไทย ครึ่งปีแรกทำสถิติปรับตัวขึ้นไปสูงสุดในรอบครึ่งปีแรกได้ถึง 1,643.43 จุด ในช่วงปลายเดือน พ.ค. หรือแจกกำไรนักลงทุนกว่า 18% นับจากต้นปี แต่ตลาดกลับปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจนมาปิดครึ่งปี ณ 30 มิ.ย. 2556 ด้วยระดับดัชนีที่ 1,451.91 จุด หรือปรับตัวลงจากจุดสูงสุดกว่า 12% ภายในเวลาเพียงแค่ 1 เดือน
หากดูตั้งแต่ต้นปีดัชนีหุ้นไทยยังปรับตัวขึ้นได้กว่า 4.31% ซึ่งหากเทียบกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาค ซึ่งก็ปรับตัวลงมาในช่วงเดียวกัน ก็ถือว่าไม่ได้แย่อะไรนัก อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นไทยก็ได้สูญเสียมนต์ขลังจากนักลงทุนต่างชาติไปมากพอสมควร เพราะนับตั้งแต่มีกระแสข่าวเรื่องธนาคารกลางสหรัฐอาจจะปรับลดเม็ดเงินในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (QE) ในช่วงปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีแรงเทขายตลาดหุ้นไทยจากนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่องถึงกว่า 7.5 หมื่นล้านบาท ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2556
แนวโน้มเศรษฐกิจครึ่งปีหลังนี้อาจจะมีภาพที่ไม่สดใสมากนัก เนื่องจากขาดปัจจัยหนุนในเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองในโครงการของภาครัฐ ซึ่งยังมีความไม่แน่นอน นอกจากนี้ ภาวะเศรษฐกิจโลกที่เริ่มชะลอตัวลง ขณะที่การส่งออกที่เป็นตัวผลักดันหลักของเศรษฐกิจก็ยังคงมีปัญหา ส่งผลให้สำนักวิจัยทางเศรษฐกิจหลายๆ แห่ง ได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ลง โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย ปรับลดประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ลงมาอยู่ที่ 4% จากเดิมที่คาดไว้ที่ 4.80%
แม้ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังอาจจะดูไม่ดีนักเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรก แม้ว่าจะมีแนวโน้มชะลอตัวลง แต่ก็เชื่อว่าตลาดหุ้นไทยน่าจะยังคงสามารถปรับตัวขึ้นได้ด้วยปัจจัยภายในประเทศจากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน แต่อาจจะไม่ปรับขึ้นแรงเหมือนช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากขาดแรงสนับสนุนจากเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ
ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทย ยังคงเป้าหมายตลาดหุ้นไทยในปลายปีนี้ที่ระดับ 1,5701,600 จุด ซึ่งเป็นเป้าหมายเดิมที่ทาง บลจ.ได้ประเมินไว้ตั้งแต่ต้นปี







