posttoday
KTAM ขายกองทุนลงทุนหุ้นเหมืองแร่และการผลิต

KTAM ขายกองทุนลงทุนหุ้นเหมืองแร่และการผลิต

20 เมษายน 2553

บลจ.กรุงไทย เปิดกองทุนลงทุนหุ้นเหมืองแร่และการผลิตในกลุ่มประเทศเกิดใหม่

บลจ.กรุงไทย เปิดกองทุนลงทุนหุ้นเหมืองแร่และการผลิตในกลุ่มประเทศเกิดใหม่

 

KTAM ขายกองทุนลงทุนหุ้นเหมืองแร่และการผลิต

นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย กล่าวว่า บริษัทจะเปิดจำหน่ายกองทุนเปิดเคแทม เวิลด์ เมทัล แอนด์ ไมน์นิ่ง ฟันด์ (KT-MINING) ลงทุนในกองทุนรวมหลัก ซึ่งได้แก่ Allianz RCM Rohstoffonds บริหารโดย RCM หนึ่งในกลุ่มบริษัทจัดการลงทุน Allianz Global Investors และ Allianz Group หนึ่งในผู้ให้บริการด้านการเงินระดับโลก โดยกองทุนจะไม่ใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

กองทุนรวมหลักมีนโยบายลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนชั้นนำทั่วโลกซึ่งดำเนินธุรกิจด้านเหมืองแร่ และการผลิต ได้แก่ โลหะที่ไม่มีส่วนประกอบของเหล็ก เช่น นิกเกิล ทองแดง อลูมิเนียม รวมถึงเหล็ก และแร่อื่น ๆ เหล็กกล้า ถ่านหิน โลหะมีค่า เช่น ทอง แพลทินัม เพชร เกลือ และแร่อุตสาหกรรม เช่น กำมะถัน เป็นต้น

นายสมชัย กล่าวต่อไปว่า การลงทุนในกองทุน KT-MINING เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนได้ลงทุนในหุ้นกลุ่มทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งมีความสำคัญกับภาคอุตสาหกรรมและการพัฒนาของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ที่ไม่จำกัดเฉพาะประเทศจีนเท่านั้น การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและความต้องการวัตถุดิบเพื่อการผลิตยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั่วโลก ดังนั้นแนวโน้มการขาดแคลนวัตถุดิบมีโอกาสกดดันให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์เพิ่มสูงขึ้นด้วย กองทุนนี้ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องมือในการกระจายความเสี่ยงที่ดีสำหรับนักลงทุนไทย ซึ่งส่วนใหญ่จะลงทุนในตราสารหนี้ แต่ยังเป็นเครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อด้วย เนื่องจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์มักเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันกับสินค้าจำเป็นในการอุปโภคบริโภค

นายปวิณ รอดลอยทุกข์ ผู้อำนวยการสายบุคคลธนกิจ ธนาคารซิตี้แบงก์ ในฐานะตัวแทนสนับสนุน การขายกล่าวว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกจะเป็นปัจจัยที่สนับสนุนราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในปี 2553 และปี 2554 นักเศรษฐศาสตร์ซิตี้ คาดว่ากลุ่มประเทศเกิดใหม่ยังคงจะเป็นผู้นำในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยจะเติบโต 6.3% ในปี 2553 และ 6.0% ในปี 2554 เทียบกับ 2.3% และ 2.2% ของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม ในแง่ของเงินเฟ้อ คาดว่ายังคงไม่มีแรงกดดันด้านราคา โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ G3 โดยสหรัฐฯ ที่น่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในไตรมาส 4 ของปีนี้ อัตราเงินเฟ้อน่าจะเป็นที่กังวลมากกว่าในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ โดยเฉพาะในเอเชียที่มีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่สูงกว่า ส่วนผสมของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำเป็นปัจจัยที่สนับสนุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะราคาสินค้าโภคภัณฑ์ 

"หนึ่งในกลยุทธ์การลงทุนให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดก็คือการลงทุนในกลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งทั่วโลกมีงบการลงทุนโดยรวมเฉลี่ยถึงปีละ 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ทุกๆปีจนถึงปี 2558 และมากกว่าครึ่งของ งบการลงทุนจะอยู่ในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ จากนโยบายของรัฐบาลที่จะพัฒนาระบบสาธารณูปโภค การลงทุนในกลุ่มวัสดุพื้นฐานก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการมีส่วนร่วมกับการเติบโตในระยะยาว เพิ่มไปจากการลงทุนในตลาดหุ้นโดยรวม อย่างไรก็ดีนักลงทุนจะต้องมีวินัยในการสร้างพอร์ตที่มีการกระจายความเสี่ยงในการลงทุนและปรับให้สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายและสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป" นายปวิณสรุป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท