
คลังตรวจเข้มผู้ส่งออกโกงภาษี
รมช.คลัง สั่งกรมศุลกากรตรวจสินค้าส่งออก หลังมีปัญหาทุจริตขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ไม่ได้ส่งออกจริง
รมช.คลัง สั่งกรมศุลกากรตรวจสินค้าส่งออก หลังมีปัญหาทุจริตขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ไม่ได้ส่งออกจริง
นางเบญจา หลุยเจริญ รมช.คลัง เปิดเผยว่า สั่งการให้กรมศุลกากรเร่งตรวจสอบสินค้า 4,000 คอนเทนเนอร์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอตรวจปล่อยเพื่อส่งออก เพราะต้องการดูว่ามีการส่งสินค้าออกไปจริงหรือไม่ หลังจากมีปัญหาทุจริตภาษีมูลค่าเพิ่มจากการส่งออกกว่า 4,000 ล้านบาท แต่ไม่มีสินค้าจริงหรือสินค้าไม่ตรงกับการสำแดง
นางเบญจา กล่าวว่า ปัจจุบันมีสินค้าส่งออกจำนวนมาก คงเข้มงวดเฉพาะสินค้าต้องห้ามอย่างหนังควาย ไม้พะยูง เพราะหากเข้มงวดเกินไปอาจไปขัดหลักสากลเพราะสินค้ามีจำนวนมาก แต่เจ้าหน้าที่มีน้อยจึงต้องใช้วิธีสุ่มตรวจ ส่วนกรณีปัญหาการตรวจปล่อยสินค้าและนำไปสู่การคืนภาษีมูลค่าเพิ่มของกรมสรรพากรโดยไม่ถูกต้องนั้น ได้สั่งการให้ตรวจสอบระบบว่ามีช่องโหว่หรือไม่เพื่อหาทางแก้ไข แต่หากตรวจพบมีเจ้าหน้าที่คนใดเกี่ยวข้องในขั้นตอนการตรวจสอบข้อเท็จจริงก็ต้องสอบสวนทางวินัยต่อไป นอกจากนี้ ได้กำชับให้กรมศุลกากร กรมสรรพากร และกรมสรรพสามิต เชื่อมโยงข้อมูลร่วมกันเพื่อปิดรูรั่วหรือช่องโหว่ เพราะการทุจริตต้องเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญด้านภาษีให้ความร่วมมือด้วย จึงรอดพ้นการตรวจสอบในช่วงที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาในส่วนของการนำเข้ารถยนต์ที่มีการหลบเลี่ยงภาษีนั้น ได้แก้ไขไประดับหนึ่งแล้วโดยการกำหนดให้สามารถขนย้ายออกจากพื้นที่ปลอดภาษีได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น และมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการขนส่งทางบกและสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เพื่อตรวจสอบรถขอจดทะเบียนเป็นรุ่นเดียวกับการสำแดงนำเข้าจริง เพราะที่ผ่านมามีการแก้ไขรุ่นรถยนต์ เพื่อเสียภาษีให้ถูกลง
นางเบญจา กล่าวถึงการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพากรว่า ยังเป็นห่วงรายได้ภาษี หลังจากรัฐบาลปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคล จึงกำชับให้ตรวจสอบเอกชนรายใหญ่ 2,000 ราย ว่าผลประกอบการเป็นอย่างไรบ้างสำหรับการเสียภาษีกลางปีเพื่อประเมินภาพรวมการเสียภาษี ส่วนแผนการปรับลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานั้น คงดำเนินการไปตามขั้นตอนเดิม แต่ขอพิจารณารายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง โดยหากออกเป็นพระราชกฤษฎีกาน่าจะทำได้อย่างรวดเร็วและคาดว่าจะใช้ได้ทันสำหรับการจัดเก็บภาษีปี 2557 ตามที่กำหนดไว้







