
หุ้นฟื้นหลังเฟดโปรยยาหอม
ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีตลาดหุ้นไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง ภายหลัง เบน เบอร์แนนคี ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ดัชนีหุ้นไทยปิดล่าสุดวันศุกร์ที่ 12 ก.ค. ที่ระดับ 1,453.71 จุด เพิ่มขึ้น 0.86% จากสัปดาห์ก่อน บัญชีบริษัทหลักทรัพย์และนักลงทุนต่างชาติเป็นผู้ซื้อสุทธิ ขณะที่นักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบันขายสุทธิ
เป้าดัชนีปีนี้เหลือ 1,569 จุด
นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ แถลงผลสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ถึงแนวโน้มการลงทุนในครึ่งปีหลัง และได้ลดคาดการณ์ดัชนีหุ้นสิ้นปีนี้เหลือ 1,569 จุด ลดลงจากผลสำรวจครั้งก่อน มองไว้ที่ 1,625 จุด
แต่ยังมองว่า ช่วงที่เหลือของปี หุ้นจะเพิ่มขึ้นจากระดับปัจจุบันได้ เพราะอัตรากำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) จะเติบโต 20% และนักลงทุนต่างชาติน่าจะหยุดขายหุ้นไทย และกลับมามียอดซื้อสุทธิ 5,636 ล้านบาท หลังครึ่งปีแรกขายหนักถึง 7.6 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ระหว่างทางดัชนีจะความผันผวนสูง แนะนำให้ลดลงทุนในหุ้น ทองคำ โกลด์ฟิวเจอร์ส ตราสารหนี้ และกองทุนตราสารหนี้ แต่ให้ถือครองเงินสดมากขึ้น
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์มองปัญหาเศรษฐกิจของจีนเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญอันดับแรก เพราะเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย รองลงมาเป็นเรื่องการชะลอและเลิกมาตรการคิวอีของสหรัฐ และความเสี่ยงการเมืองไทย พร้อมลดอัตราเติบโตเศรษฐกิจของประเทศในปีนี้ ลงเหลือ 4.6% และปีหน้า 4.8%
ไทยออยล์ร่วมทุนมิตซุย
บริษัท ไทยออยล์ ร่วมทุนกับ บริษัท มิตซุย แอนด์ คัมปานี ตั้งบริษัทย่อยลาบิกซ์ เพื่อตั้งโรงงานผลิต LAB (Linear Alkyl Benzene) เป็นสารตั้งต้นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอย่างผงซักฟอกและสารซักล้าง 1.2 ล้านบาท ที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เป็นแห่งแรกในไทยและภูมิเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีกำลังการผลิต 1 แสนตันต่อปี ป้อนความต้องการใช้ในไทยและส่งออกในประเทศกลุ่มอาเซียนอย่างละ 50%
โรงงานดังกล่าวจะทำให้เกิดการสร้างงานและช่วยลดการขาดดุลการค้าให้ประเทศ เพราะปัจจุบันไทยต้องนำเข้าถึง 3,5004,000 ล้านบาทต่อปี คาดจะสร้างเสร็จกลางปี 2558 และทำให้ลาบิกซ์มีรายได้อย่างน้อย 6,000 ล้านบาทต่อปี
นายคาซุยะ โอกามูระ เจ้าหน้าที่บริหารและประธานฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท มิตซุย แอนด์ คัมปานี กล่าวว่า ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาได้หารือกับ TOP ตลอด เพราะเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดี เนื่องจากไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตหลายด้านในภูมิภาคอาเซียน
ทั้งนี้ เชื่อว่าบริษัทญี่ปุ่นจะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยอีกมาก เนื่องจากมองว่าไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตของอาเซียน ที่ทำให้เชื่อมต่อไปยังประเทศอื่นที่ครอบคลุมประชากรได้มากกว่า 600 ล้านคน ในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
ก.ล.ต.งัดข้ออดีตผู้บริหาร LVT
หลังสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ตั้งข้อหากับ นายแฮนส์ จอร์เกน เนียลเซ่น ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอล.วี.เทคโนโลยี (LVT) ที่ใช้ข้อมูลภายในซื้อขายหุ้น (อินไซเดอร์ เทรดดิ้ง) โดยสั่งปรับ 1 ล้านบาท แต่ นายแฮนส์ จอร์เกน เนียลเซ่น ไม่ยอมให้ปรับ และขอลาออกจากตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ กรรมการ และประธานกรรมการบริหาร LVT มีผลตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค.นี้เป็นต้นไป ทั้งนี้เพื่อต้องการต่อสู้คดีพิสูจน์ความบริสุทธิ์ และได้ทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อเลขาธิการ ก.ล.ต. ขอเปลี่ยนทีมสอบสวน ซึ่งไม่ได้ให้ความเป็นธรรมในการสอบสวน
แต่นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการ ก.ล.ต. ยืนยันว่าจะไม่เปลี่ยนทีมตรวจสอบและไม่เริ่มตรวจสอบใหม่ เพราะการตรวจสอบของ ก.ล.ต. มีความชัดเจนแล้ว
แกรมมี่ลา POST
เมื่อวันที่ 11 ก.ค. มีรายการซื้อขายในกระดานขนาดใหญ่ (บิ๊กล็อต) มากที่สุดคือ หุ้นบริษัท โพสต์ พับลิชชิง (POST) มูลค่าการซื้อขาย 618.75 ล้านบาท หรือมีรายการซื้อขายจำนวน 75 ล้านหุ้น ที่ราคา 8.25 บาทต่อหุ้น
ปรากฏว่า ผู้ซื้อคือ นายศิริธัช โรจนพฤกษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอมลิ้งค์ ที่ซื้อจากบริษัท จีเอ็มเอ็ม มีเดีย ในเครือของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ (GRAMMY) เพื่อลงทุนตามปกติ เนื่องจากเห็นว่า POST เป็นหุ้นดี มีการเติบโตต่อเนื่อง จ่ายเงินปันผลดี และจะไม่ส่งตัวแทนร่วมเป็นกรรมการ
ผลการขายหุ้นครั้งนี้ คาดว่า บริษ้ท จีเอ็มเอ็ม มีเดีย จะเหลือหุ้นในมืออีกประมาณ 3%
ก่อนหน้านี้ได้มีรายการซื้อขายหุ้น POST มาแล้วเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2556 จีเอ็มเอ็ม มีเดีย รายงานขายหุ้น POST ออกมาจำนวน 20 ล้านหุ้น หรือ 4% หลังขายทำให้เหลือหุ้นที่ถือใน POST จำนวน 90.63 ล้านหุ้น หรือ 18.13% จากก่อนหน้าที่ถือหุ้นอยู่ 110.63 ล้านหุ้น หรือ 22.13% นายสุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ รายงานการได้มาของหุ้น POST จำนวน 17.50 ล้านหุ้น หรือ 3.5% หลังได้มาทำให้ถือหุ้น POST จำนวน 91.05 ล้านหุ้น หรือ 18.21%







