posttoday
ผ่าน1,460ได้มีโอกาสแกว่งขึ้นทดสอบ1,500

ผ่าน1,460ได้มีโอกาสแกว่งขึ้นทดสอบ1,500

13 กรกฎาคม 2556

ทิศทางตลาดหุ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาอ่อนตัวลงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นสัปดาห์ ก่อนที่จะกลับมาปรับตัวขึ้นแรงในวันพฤหัสบดีที่ปรับตัวขึ้นกว่า 58.63 จุด

ทิศทางตลาดหุ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาอ่อนตัวลงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นสัปดาห์ ก่อนที่จะกลับมาปรับตัวขึ้นแรงในวันพฤหัสบดีที่ปรับตัวขึ้นกว่า 58.63 จุด หรือคิดเป็นการปรับตัวขึ้น 4.23% ในวันเดียว เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย หลังจากที่ประธานเฟดออกมาให้ความเห็นในช่วงเช้ามืดว่า การใช้นโยบายผ่อนคลายอย่างมากเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐ ภาพรวมส่งผลให้ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นแรง หลังจากที่ประธานเฟดส่งสัญญาณคง QE ไว้และสินทรัพย์ทางการเงินโลกส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นตามในคืนวันพฤหัสบดี นอกจากนี้ การประชุม Workshop ของรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นอีกแรงที่กระตุ้นการซื้อของนักลงทุนก่อนที่จะมีการประชุมจริงในวันศุกร์ โดยแรงซื้อมาจากนักลงทุนต่างชาติเป็นหลักที่ซื้อสุทธิต่อเนื่องในระดับพันล้านบาท

ทิศทางในสัปดาห์นี้คาดว่าจะมีช่วงชะลอตัวลงสั้นบ้างต้นสัปดาห์ แต่หากยังไม่อ่อนตัวลงหลุดต่ำกว่า 1,425 จุด มีโอกาสกลับขึ้นมาทดสอบ 1,4551,460 จุดอีกครั้ง และการยืนเหนือได้จะมีแนวต้านที่รอทดสอบที่บริเวณ 1,500 จุดอีกครั้ง โดยปัจจัยที่ต้องจับตาอยู่ที่การแถลงต่อคองเกรสของประธานเฟดในวันที่ 1718 ก.ค.นี้ หากออกมายืนยันในการคง QE ต่อจนกว่าจะเห็นตัวเลขเศรษฐกิจภาคแรงงานฟื้นตัวจะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาด ในขณะที่หากส่งสัญญาณลดการทำ QE จะเป็นปัจจัยลบ โดยประเด็นเรื่อง QE เราคาดว่าจะเป็นปัจจัยที่ตลาดพูดถึงได้ทั้งปีก่อนที่จะมีการถอนมาตรการ QE ออกจริง ขึ้นอยู่กับระดับราคาของตลาดมากกว่าว่ารับรู้ระดับที่มี QE และไม่มี QE ไปในระดับใด

โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดรับรู้ปัจจัยบวกเรื่อง QE ไปบ้าง หากมีเจ้าหน้าที่เฟดออกมาปรามเรื่องการคง QE ไว้ จะเป็นปัจจัยที่กดดันตลาดช่วงสั้นๆ และที่ผ่านมาเฟดมักจะมีการดำเนินการเช่นนี้ เนื่องจากเฟดไม่ต้องการที่จะส่งสัญญาณที่ทำให้ตลาดมั่นใจในทิศทางใดทางหนึ่งนัก เพื่อผลของการใช้นโยบายทางการเงินที่มีประสิทธิภาพและต้องการให้ขึ้นอยู่กับข้อมูลทางเศรษฐกิจของสหรัฐไม่ใช่ช่วงเวลาที่แน่นอน และหากพิจารณาการซื้อขายของตลาดในช่วงนี้ แม้ว่าจะสูงกว่าระดับของตลาดหุ้นไทยในกรณีที่ไม่มี QE เลย หรือที่ระดับการซื้อขาย PER 12 เท่า อยู่ที่ระดับ 1,380 จุด (เป็นระดับที่ใกล้เคียงจุดต่ำสุดของตลาดในรอบนี้) แต่ก็ยังต่ำกว่าระดับที่สูงสุดของตลาดที่เคยซื้อขายที่ 1415 เท่า ทำให้ทิศทางในระยะสั้นเชื่อว่าตลาดยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ แม้ว่าจะยังไม่อยู่ในระดับที่ต่ำมากก็ตาม อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ตลาดปรับตัวขึ้นไปมาก หรือขึ้นไปถึงระดับที่เคยซื้อขายที่ระดับที่มี QE3 หรือ PER 1415 เท่า คือ ระดับที่ 1,600 จุด เป็นต้นไป เชื่อว่าเป็นการปรับตัวขึ้นที่เกินระดับพื้นฐานและสภาพคล่องที่ควรจะเป็น แนะนำให้นักลงทุนทยอยขายสำหรับนักลงทุนในระยะกลางยาว

สำหรับประเด็นเรื่องราคาทองคำ ทองคำที่ผ่านมามีช่วงปรับตัวขึ้น โดยได้แรงหนุนจากทั้งประเด็นเรื่อง QE ของเฟดและราคาน้ำมันที่กลับมาปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากสถานการณ์ในอียิปต์ เราประเมินว่าหากราคาน้ำมัน (WTI) ยังคงทรงตัวเหนือ 103102 เหรียญสหรัฐได้ต่อเนื่อง ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อจะกลับมาและเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำได้ในระยะสั้น โดยให้ติดตามระดับของราคาน้ำมันที่บริเวณดังกล่าวว่าสามารถยืนเหนือได้หรือไม่ ส่วนทิศทางทองคำในระยะกลางยาว ยังไม่เหมาะกับการซื้อเพื่อลงทุน เนื่องจากหากทิศทางดอลลาร์ในที่สุดแล้วจะแข็งค่าจากการทยอยลดการใช้นโยบายผ่อนคลายของเฟด จะส่งผลให้ทองคำในรูปดอลลาร์มีช่วงอ่อนตัวลง แม้ว่าต้นทุนการผลิตของทองคำจะอยู่ที่ระดับ 1,000 เหรียญสหรัฐ+/ แต่เชื่อว่าหากไม่มีปัจจัยหนุนการลงทุนในทองคำ จะทำให้ผลตอบแทนของการลงทุนแย่กว่าสินทรัพย์อื่น (ยกเว้นราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง จึงจะมีแรงซื้อกลับมาในประเด็นเรื่องเงินเฟ้อ)

กลยุทธ์การลงทุน เราแนะนำให้นักลงทุน ถือหุ้นต่อ หรือซื้อช่วงปรับตัวลง หากยังไม่หลุดต่ำกว่าแนวรับที่ 1,425 จุด โดยให้ติดตามการแถลงของประธานเฟดต่อคองเกรส ซึ่งหากตลาดกลับการคาดการณ์เรื่อง QE เป็นคง QE ไว้ ตลาดจะมีช่วงแกว่งตัวขึ้นได้ต่อ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ