
วอลสตรีตรุกตลาดรายย่อยปล่อยสินเชื่อทางเลือกP2P
ในยุคที่ตลาดหุ้นกำลังฟื้นตัวถึงขีดสุด แม้จะมีการผันผวนไปตามทิศทางธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ
ในยุคที่ตลาดหุ้นกำลังฟื้นตัวถึงขีดสุด แม้จะมีการผันผวนไปตามทิศทางธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทว่านักลงทุนก็ยังคงเดินหน้าซื้อขายในวอลสตรีตกันอย่างสนุกมือ ไม่ว่าจะเป็นหุ้น ตราสารหนี้ และทุกการลงทุนที่สามารถแปลงให้งอกเงยเป็นผลกำไรได้
หนึ่งในนั้นก็คือ การปล่อยสินเชื่อโดยตรงระหว่างผู้ขอและผู้ปล่อยกู้แบบ P2P (PeertoPeer) บนโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นแหล่งเงินทุนชั้นเยี่ยมให้กับผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อของธนาคาร และแม้แต่บริษัทยักษ์ใหญ่ เช่น กูเกิ้ล อิงค์ ซึ่งเพิ่งได้รับเงินกู้ 125 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3,750 ล้านบาท) จากช่องทาง P2P เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา
แม้จะเริ่มขึ้นมาตั้งแต่ปี 2549 โดยมีเว็บไซต์อย่าง เลนด์ดิ้ง คลับ และพรอสเพอร์ เป็น 2 เว็บไซต์กลางสำหรับการขอและปล่อยสินเชื่อที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตลาด ทว่า P2P เพิ่งได้รับความนิยมอย่างสูงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาในภาวะที่ตลาดสินเชื่อตึงตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2556 นี้ ที่บรรดานักลงทุนรายใหญ่ต้องการหาสถานที่ใหม่ๆ ให้เงินนับหลายร้อยเหรียญสหรัฐได้ทำงาน
รอยเตอร์สระบุว่า นักลงทุนสถาบันโดยเฉพาะเฮดจ์ฟันด์ กองทุนบำเหน็จบำนาญ และแม้กระทั่งธนาคารกับบริษัทหลักทรัพย์ เริ่มหันมาลงทุนกับสินเชื่อ P2P กันมากขึ้นในปีนี้ เนื่องจากให้ผลตอบแทนที่สูงในระยะเวลาสั้นกว่าเมื่อเทียบกับสินทรัพย์อื่นๆ โดยมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ 6–30% ขึ้นอยู่กับเครดิตความน่าเชื่อถือของผู้ขอกู้
การเข้ามาของเงินหลายร้อยล้านเหรียญสหรัฐของนักลงทุนสถาบัน ทำให้ช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ เลนด์ดิ้ง คลับ สามารถปล่อยกู้ได้ถึงกว่า 480 ล้านบาท (ราว 1.44 หมื่นล้านบาท) ให้กับผู้ขอสินเชื่อกว่า 3.1 หมื่นราย หรือสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 3 เท่า ในขณะที่พรอสเพอร์ปล่อยสินเชื่อไปแล้วกว่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1,500 ล้านบาท) ซึ่งสูงกว่าในปีที่แล้ว 20%
การขยายตัวอย่างรวดเร็วทำให้ตลาด P2P มีศักยภาพในการเสนอเงินกู้แข่งกับธนาคารมากขึ้น โดยมีอัตราการเติบโตสูงถึง 300% ต่อปี และคาดว่าจะขยายตัวถึง 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 9 หมื่นล้านบาท) ในปี 2556 นี้
ทั้งนี้ ช่องทางสินเชื่อออนไลน์แบบ P2P คือ การเปิดทางให้ผู้ขอกู้เข้าไปลงทะเบียนกรอกประวัติและรายละเอียดส่วนตัว ระบุจำนวนเงินที่ต้องการและวัตถุประสงค์การใช้เงินบนเว็บไซต์กลาง จากนั้นทางเว็บจะคำนวณความเสี่ยงออกมา
หากได้รับการอนุมัติ จะมีการคำนวณเป็นอัตราดอกเบี้ย ก่อนจะเปิดให้นักลงทุนที่สนใจเสนอเงินกู้ให้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วนักลงทุนจะกระจายปล่อยสินเชื่อหลายรายเพื่อกระจายความเสี่ยง ขณะที่เว็บไซต์กลางจะหักค่าธรรมเนียมจากผู้ขอกู้ราว 1–5% ของวงเงินสินเชื่อ และคิดค่าธรรมเนียมผู้ปล่อยสินเชื่อ 1%
อย่างไรก็ตาม การเข้ามาของนักลงทุนจากวอลสตรีตก็ได้นำพาความเสี่ยงมาให้กับแพลตฟอร์มการเงินใหม่นี้ไปพร้อมกันด้วย เนื่องจากการพึ่งพาเงินทุนจากเฮดจ์ฟันด์และนักลงทุนสถาบันมากเกินไป อาจเสี่ยงต่อการขาดแคลนทุนกะทันหัน ในกรณีที่เฮดจ์ฟันด์โยกย้ายเงินออก จากภาวะผันผวนของอัตราดอกเบี้ยและปัญหาเศรษฐกิจรอบใหม่
นอกจากนี้ นักลงทุนในตลาดสินเชื่อ P2P ก็ยังต้องระวังความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ในอัตราที่สูงด้วยเช่นกัน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ผู้ขอกู้และนักลงทุนควรต้องพิจารณาให้ถ่องแท้ และไม่ควรดูแต่ตัวเลขการเติบโตที่เฟื่องฟูสุดขีดในช่วงครึ่งปีแรกนี้ให้มากเกินไป
นับเป็นความท้าทายอย่างยิ่งของแหล่งทุนทางเลือกใหม่ว่าจะเติบโตไปได้อย่างยั่งยืนหรือไม่ ในยุคที่กระแสทุนร้อนท่วมโลกกำลังจะจบลงในเร็วๆ นี้







