posttoday
เศรษฐกิจและอสังหาฯครึ่งปีหลัง

เศรษฐกิจและอสังหาฯครึ่งปีหลัง

12 กรกฎาคม 2556

เริ่มครึ่งหลังปี 2556 ก็มีข่าวไม่ดีออกมามากพอควร ในส่วนของข่าวเศรษฐกิจมีทั้ง “หุ้นตกส่งออกไม่ดีขึ้น นำเข้าโดยเฉพาะน้ำมันรถแพงขึ้น” หลาย Economic House ทำนายว่า GDP ควรจะต้องลดลงจากที่ทำนายว่าจะเพิ่มเป็น 5.0% ต่อปี เหลือ 4.54.6% ต่อปี

เริ่มครึ่งหลังปี 2556 ก็มีข่าวไม่ดีออกมามากพอควร ในส่วนของข่าวเศรษฐกิจมีทั้ง “หุ้นตกส่งออกไม่ดีขึ้น นำเข้าโดยเฉพาะน้ำมันรถแพงขึ้น” หลาย Economic House ทำนายว่า GDP ควรจะต้องลดลงจากที่ทำนายว่าจะเพิ่มเป็น 5.0% ต่อปี เหลือ 4.54.6% ต่อปี

อันที่จริง ถ้าจะมองดูระยะยาวสักนิดในรอบ 12 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจของเราดีและอยู่ขาขึ้น ด้วยการลงทุนมหาศาลของรัฐบาลที่งบได้ผ่าน ครม.และสภาไปแล้ว และน่าจะเริ่มเห็นเป็นรูปร่างในปลายปีนี้ และอีก 12 ปีข้างหน้า เงิน 2.5 ล้านล้านบาท ของรัฐจะลงไปในระบบขนส่งมวลชน น้ำและประชานิยม เช่น ข้าว เงินเดินสะพัดแน่ๆ ดอกเบี้ยก็ต่ำลง ตามที่กระทรวงการคลังต้องการกู้ง่ายขึ้น บ้าน 0% กู้ได้ 100% ไม่ต้องผ่อน 6 เดือนแรก ยังกระตุ้นอยู่ในวงการสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์และในภาวะที่เงินบาทแข็งไตรมาสที่แล้ว พวกเราก็ไปซื้อธุรกิจนอกประเทศกันได้ถูก

แต่ภาพลบคือ จิตวิทยาของการลงทุนว่าด้วยหุ้นตกและการเมือง เงินเก็งกำไรระยะสั้นไหลออก (ประเทศไทยไม่ต้องการเงินเฮดจ์ฟันด์มาลงทุนเก็งกำไร) ทั้งๆ ที่พื้นฐานเศรษฐกิจของเราดี บริษัท บลูชิพ ธนาคารของเราแข็งขึ้นมากๆ พันธบัตรก็ขายดี ปันผลหลายบริษัทก็ดี แต่ตลาดหุ้นจะขึ้นลงมิใช่อยู่ที่พื้นฐานหรือมูลค่าจริง แต่ขึ้นกับจิตวิทยา ความดีใจ เสียใจ หรือตกใจในข่าวสารต่างๆ ทั้งที่จริงและไม่จริง

ในขณะที่กระทบด้วยการเมืองเรายังค่อนข้างแรง ทะเลาะกันสองพรรคเป็นประจำ ภาคใต้ก็ยังสู้รบ การบริหารงานของรัฐด้านประชานิยม โดยเฉพาะจำนำข้าว รัฐบาลคอร์รัปชั่น บั่นทอนจิตวิทยาความเชื่อมั่น นักเดาตัวเลขทางเศรษฐกิจก็เดาว่า จีดีพีจะลดลง เราต้องดูปลายปีให้ดี เพราะจีดีพีบ้านเราขึ้นลงประจำเดือน เกือบจะเป็นประจำวันเหมือนตลาดหุ้นแล้ว

ด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต้นปีดีเกินคาดทุกค่าย แล้วผลกำไรกลางปีบางค่ายเกินเป้า แจ้งตลาดว่ามียอดขายคุมถึง 12 ปีข้างหน้า และยังเปิดตลาดอีกในทุกที่ตั้งทุกราคา ทุกเซ็กเมนต์ กำลังจะเตรียมกวาดตลาดภูธรและทุกค่ายยืนยันว่า ปลายปีเป้าก็ยังเหมือนเดิม ยืนยันว่ามองไม่เห็นฟองสบู่ บริษัทขนาดกลางก็มั่นใจกำลังเตรียมตัวเข้าตลาดปลายปีอีกร่วม 4-5 บริษัท จะล้นตลาดหุ้นหรือไม่ เพราะมีมากบริษัทเหลือเกิน

คำถามคือ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ดีจริง โตจริง รับกับซัพพลายที่กำลังจะออกมาได้อีกหรือไม่ จากการวิจัยของบางค่ายพบว่า ผู้ซื้อปัจจุบันแยกเป็น 2 ตลาด คือ กรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ตลาดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซื้อจริงแค่ 50% อีก 40% ซื้อให้เช่าอีก 10% ซื้อเก็งกำไร

ตลาดจะไปแข่งกันในตลาดเช่ามากขึ้น จะมีการลดราคาค่าเช่า บีบอพาร์ตเมนต์ของเอสเอ็มอีที่อยู่รอบแหล่งงานและแหล่งศึกษาจะเกิดเป็นโดมิโนใหม่อีกรอบ แรงกดดันและการปรับตัวจะเห็นชัดขึ้น ในปลายปีนี้ที่คอนโดเริ่มสร้างเสร็จและโอนมากขึ้นในปีหน้า ยิ่งรัฐสนับสนุนบ้านหลังแรก จะเป็นแรงสนับสนุนกู้ง่ายดอกเบี้ย 0% ยิ่งจะเป็นเชื้อเพลิงมากขึ้นปีหน้า

ครึ่งปีหลังกำลังเป็นการเปิดตลาดแห่งการปรับตัว ตลาดนั้นมีแน่ โตแน่ แต่ซัพพลายจะเกิดมากแค่ไหนก็ต้องลองตรองดูให้ดี ที่สำคัญรัฐและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อย่าทำพลาดเหมือนปี 2540 อีก เพราะรัฐบาลกำลังมือเติบกู้มาก ประชานิยมก็มีเยอะ มิหนำซ้ำโรคร้าย คอร์รัปชั่นก็คอยรอถามหาอยู่กับเมกะโปรเจกต์ที่กำลังออกมา

พวกเราชาวอสังหาริมทรัพย์ผู้ประกอบการขนาดกลางขนาดย่อมต้องระวังตัวไว้ให้มากขึ้น รายใหญ่ๆ จะอย่างไรก็เอาตัวรอดได้ เพราะรัฐบาลเอาใจรายใหญ่เสมอ บริษัทรายกลางรายเล็กจึงต้องมีแผนสองรองรับไว้บ้างก็แล้วกัน

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน