
งานอินเตอร์แมคสะพัด 5,000 ล้านบาท
ยูบีเอ็มไม่หวั่นการเมือง เดินหน้าจัดงานอินเตอร์แมค มั่นใจเงินยังสะพัดกว่า 5,000 ล้านบาท
ยูบีเอ็มไม่หวั่นการเมือง เดินหน้าจัดงานอินเตอร์แมค มั่นใจเงินยังสะพัดกว่า 5,000 ล้านบาท
นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้อำนวยการโครงการอินเตอร์แมคและซับคอนไทยแลนด์ บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทสไทย) เปิดเผยว่า ความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ไม่ได้ส่งกระทบต่อการจัดงานนิทรรศการนิทรรศการผู้ผลิตชิ้นส่วน (Intermach and Subcon) ระหว่างวันที่ 13-16 พ.ค. และคาดว่าจะมีเงินสะพัดในปีนี้ประมาณ 5,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่มีประมาณ 4,000 ล้านบาท
สาเหตุที่การจัดงานยังคงเกิดขึ้นแม้จะมีผู้เข้าร่วมงานจากบริษัทต่างชาติ เพราะผู้เข้าร่วมงานไม่ได้กังวลกับสถานการณ์ทางการเมืองหากเทียบกับปีที่แล้วที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจทั่วโลก ซึ่งทำให้จำนวนผู้เข้าร่วมงานหายไปกว่าครึ่ง ดังนั้น ครั้งนี้ จึงได้เตรียมการรับมือไว้แล้ว
ทั้งนี้ บริษัทมองว่า การจัดงานที่เป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม (นิชมาร์เก็ต) ซึ่งมุ่งกลุ่มเป้าหมายผู้ร่วมงานชัดเจน คือ ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ไฟฟ้า และ อิเล็กทรอนิกส์ และเป็นไปในรูปแบบการจับคู่ทางธุรกิจ ซึ่งมีความต้องการผู้ผลิตเพื่อป้อนงานให้กับอุตสาหกรรมอยู่แล้ว งานดังกล่าวจึงไม่ได้รับผลกระทบใดๆ
นอกจากงานดังกล่าวแล้ว ยังรวมถึงอีก 2 งานที่บริษัทเป็นผู้จัดในช่วงเดือน มิ.ย. คือ งานเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและมลภาวะ และงาน ปั๊ม แอนด์ วาล์ว ซึ่งแม้จะเกิดเหตุการณ์รุนแรงเมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้รับการยกเลิกจากผู้ร่วมออกบูธจากต่างประเทศสักรายเดียว
นายสรรชาย กล่าวว่า ภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ ไฟฟ้า และ อิเล็กทรอนิกส์ ในปีนี้นั้นมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน จากความต้องการด้านการผลิตที่เพิ่มขึ้น หลังจากปีที่ผ่านมา กำลังซื้อทั้งหมดชะลอตัวลงอย่างมากจากผลกระทบทางเศรษฐกิจโลก
อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ไป ภาพรวมของทุกอุตสาหกรรมจะดีขึ้น จากการเปิดเสรีการค้าอาเซียน (อาฟตา) ที่จะช่วยเอื้อประโยชน์ให้กับประเทศไทยในด้านของการเป็นศูนย์กลางการผลิตของหลายอุตสาหกรรม
สำหรับงานอินเตอร์แมคและซับคอนไทยแลนด์ ใช้งบประมาณการจัดงานเกือบ 100 ล้านบาท เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการรายเล็กที่จะมีพื้นที่ในการเข้าถึงเชิงธุรกิจในอุตสาหกรรมใหญ่ๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยในอนาคต โดยมีผู้จำนวนบูธมากกว่า 1,000 บูธ จาก 40 ประเทศทั่วโลก คาดจำนวนผู้เข้าชมงานในปีนี้ 3.5 หมื่นคน







