posttoday
ทันสถานการณ์

ทันสถานการณ์

11 กรกฎาคม 2556

เร่งแก้ไขปัญหาส่วยท่าเรือ

เร่งแก้ไขปัญหาส่วยท่าเรือ

นายพ้อง ชีวานันท์ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้ให้การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เร่งแก้ไขปัญหาส่วยภายในท่าเรือกรุงเทพเป็นเรื่องเร่งด่วน เพราะกระทบต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงของ กทท. เพราะที่ผ่านมาผู้ประกอบการส่งออกและนำเข้าสินค้าที่เข้ามาใช้บริการจำนวนมาก ร้องเรียนว่าถูกเรียกเก็บส่วยภายในท่าเรือกรุงเทพ ซึ่งจะยิ่งส่งผลกระทบหนักหลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)

นอกจากนี้ ตั้งเป้าผลักดันให้ท่าเรือแหลมฉบังเป็นท่าเรือที่มีปริมาณตู้สินค้าผ่านท่าเรือสูงสุดเป็นอันดับที่ 19 ของโลกภายในปี 2558 จากเดิมที่อยู่อันดับ 23 โดยท่าเรือแหลมฉบังมีปริมาณตู้สินค้าผ่านท่าอยู่ที่ 5.73 ล้านทีอียู ขณะที่ท่าเรือที่มีปริมาณสินค้าผ่านท่ามากที่สุดคือ ท่าเรือเซี่ยงไฮ้ มีปริมาณ 32.53 ล้านทีอียู มีผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2556 จำนวน 8 เดือน (ต.ค. 2555พ.ค. 2556) พบว่ามีจำนวนตู้สินค้าผ่านท่าเรือกรุงเทพรวมตู้เปล่า จำนวน 9.82 แสนทีอียู เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 23.21% เนื่องจากปีก่อนได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม ขณะที่ท่าเรือแหลมฉบัง มีตู้สินค้าผ่านท่ารวม 3.926 ล้านทีอียู เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3.62%

สำหรับผลประกอบการทางการเงินนั้น กทท.คาดว่ารายได้ทั้งปี (วันที่ 1 ต.ค.255530 ก.ย. 2556) จะมีรายได้รวมทั้งสิ้น 13,201 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้ 12,522 ล้านบาท และคาดว่าจะมีกำไรทั้งปีประมาณ 4,928 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีกำไร 4,486 ล้านบาท โดยในช่วง 8 เดือน กทท.มีรายได้ประมาณ 8,811 ล้านบาท กำไรประมาณ 3,563 ล้านบาท

โซนนิ่งสินค้าเกษตร

นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังผลักดันนโยบายโซนนิ่ง เพื่อให้เกิดการปฏิบัติในพื้นที่ตามที่ได้ประกาศเขตความเหมาะสมการปลูกพืชแล้ว 13 ชนิด ปศุสัตว์ 5 ชนิด และประมง 2 ชนิด โดยจะลงนามบันทึกความร่วมมือกับหน่วยงานภาคเอกชน ภาคเกษตรกรรม และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องอีก 9 องค์กร คือ สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย สมาคมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มแห่งประเทศไทย กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการเขตการผลิตสินค้าเกษตรที่สำคัญ หรือโซนนิ่งให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายที่สำคัญ เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องโดยเฉพาะในส่วนปลายน้ำได้เข้ามาร่วมกันกำหนดปริมาณ คุณภาพ มาตรฐาน และราคาที่เหมาะสมของสินค้าเกษตรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ทั้งยังช่วยกำหนดพื้นที่การผลิตที่เหมาะสมและมีความได้เปรียบด้านการแข่งขันให้กับสินค้าเกษตรทั้งด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและระบบโลจิสติกส์ด้วย โดยเฉพาะพืชในกลุ่มพลังงานที่มีศักยภาพด้านการตลาดอย่างมาก เช่น อ้อย ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และปาล์มน้ำมัน และที่สำคัญคือการสร้างให้เกิดความสมดุลและมีเสถียรภาพทางด้านและราคาและคุณภาพของผลผลิตสินค้าเกษตรของเกษตรกรในระยะยาว

ส่งเอสเอ็มเอสแจ้งลูกค้า

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) มีมติสั่งให้ผู้ประกอบการมือถือ 3 ราย คือ บริษัท กสท โทรคมนาคม ทรูมูฟ และดิจิตอลโฟน (ดีพีซี) ส่งเอสเอ็มเอสให้แก่ผู้ใช้บริการมือถือระบบ 2จี คลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่จะหมดอายุสัมปทานลงในวันที่ 15 ก.ย. 2556 จำนวน 17 ล้านราย เพื่อแจ้งรายละเอียดการหมดอายุสัมปทาน แต่การให้บริการยังไม่สิ้นสุด และให้ผู้ใช้บริการที่มีข้อสงสัยสามารถสอบถามระบบคอลเซ็นเตอร์ของค่ายมือถือได้

ทั้งนี้ จะเริ่มส่งได้ภายในต้นเดือน ส.ค. โดยได้กำหนดให้ค่ายมือถือส่งเอสเอ็มเอส 2 ครั้ง/สัปดาห์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าที่ติดภารกิจต่างประเทศหรือปิดเครื่อง รวมทั้งจะเรียกผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตให้บริการ 3จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ทั้ง 3 ราย คือ แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค ดีแทค เนทเวอร์ค และเรียลมูฟ มาชี้แจงเรื่องแพ็กเกจค่าบริการ 3จี ที่ กสทช.กำหนดให้ลดราคาลงจากเดิม 15% ด้วย

ดึงเกษตรกรผลิตป้อนกรมข้าว

นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้ให้นโยบายกับกรมการข้าวในการส่งเสริมเกษตรกรพัฒนาผลผลิตต่อไร่ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยเน้นไปที่กรณีเกษตรกรที่นำข้าวเข้าโครงการจำนำของรัฐบาลเกิน 5 แสนบาท ซึ่งข้อมูลของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ระบุว่า มีประมาณ 5 หมื่นราย จะสามารถเชื่อมโยงอย่างไรให้เกษตรกรเหล่านั้นมาเป็นเกษตรกรผู้ปลูกข้าวพันธุ์เพื่อจำหน่ายให้กับกรม แทนการผลิตเพื่อนำเข้าโครงการซึ่งรายได้จะมากกว่า ซึ่งในเรื่องนี้ให้เร่งทำข้อมูลเพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ในครั้งต่อไป

ปัจจุบันกรมผลิตข้าวพันธุ์ได้ประมาณ 6.2 แสนตัน/ปี และภาคเอกชนประมาณ 3 แสนตัน/ปี ในขณะที่ความต้องการใช้พันธุ์ข้าวทั้งประเทศประมาณ 1.2 แสนตัน/ปี หากเกษตรกรเหล่านั้นสนใจก็จะสามารถเพิ่มผลผลิตข้าวได้อีกจำนวนหนึ่งหรือประมาณ 6 แสนตัน ซึ่งราคาจำหน่ายพันธุ์ข้าวจะขายในราคาโครงการจำนำบวกกำไร 1520% หรือประมาณ 22 บาท/กก. ในขณะที่ราคาโครงการจำนำที่อยู่ที่ประมาณ 15 บาท/กก.

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน