posttoday
ปะนฝันเกษตรกรไทยชู"โซนนิ่ง"สร้างรายได้

ปะนฝันเกษตรกรไทยชู"โซนนิ่ง"สร้างรายได้

11 กรกฎาคม 2556

นโยบายส่งเสริมการปลูกพืชในเขตที่มีศักยภาพเหมาะสมกับการปลูกพืช หรือที่เรียกง่ายๆ ว่า “โซนนิ่งพื้นที่เกษตร”

โดย...สิทธิณี ห่วงนาค

นโยบายส่งเสริมการปลูกพืชในเขตที่มีศักยภาพเหมาะสมกับการปลูกพืช หรือที่เรียกง่ายๆ ว่า “โซนนิ่งพื้นที่เกษตร” เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้น และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาในสัปดาห์หน้า เพื่อจัดมาตรการสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรลดหรือเลิกปลูกพืชที่ไม่เหมาะสม และหันมาปลูกพืชที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์สนับสนุน

ฉลอง เทพวิทักษ์กิจ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้จัดทำแผนการโซนนิ่งพื้นที่เกษตรกลุ่มสินค้าข้าวเป็นลำดับแรกตามนโยบายของรัฐบาล โดยที่ให้เร่งดำเนินการใน ซึ่งได้แยกออกเป็นเขตปลูกข้าวที่เหมาะสมจะเป็นเขตโซนนิ่ง ซึ่งรัฐต้องมีมาตรการส่งเสริมให้ผลผลิตดียิ่งขึ้นและในเขตที่ไม่เหมาะสมจะเป็นกลุ่มนอกเขตโซนนิ่ง รัฐจะให้ความช่วยเหลือเกษตรกรตามความสมัครใจ เพื่อปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดใหม่ที่กระทรวงเกษตรฯกำหนด และเมื่อนายกรัฐมนตรีเห็นชอบก็จะสามารถออกเป็นประกาศกระทรวงเกษตรฯได้ทันทีใช้หลักวิชาการเรื่องสภาพดิน น้ำ อากาศ ในการพิจารณา พบว่าจากพื้นที่ปลูกข้าวของประเทศ 70 กว่าล้านไร่ เป็นกระทรวงเกษตรฯได้ใช้วิชาการทั้ง มาเป็นหลักในการแบ่งเขตเหมาะสมและไม่เหมาะสม พบว่าเขตเหมาะสมในการปลูกข้าว ของประเทศมีจำนวน 43,918,432 ไร่ มีผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 5070 ถังต่อไร่ขึ้นไป ส่วนพื้นที่ไม่เหมาะสมต่อการปลูกข้าว 27,408,106 ไร่ ผลผลิต 35 ถังต่อไร่ โดยเขตโซนนิ่ง กระทรวงเกษตรฯ เสนอให้มีการบริหารจัดการ คือ

1.การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยการลดต้นทุน การเพิ่มผลผลิตต่อไร่และพัฒนาคุณภาพข้าวให้เหมาะกับตลาด ส่งเสริมการปลูกข้าวคุณภาพ เช่น ข้าวหอมมะลิ และขยายและส่งเสริมการปลูกข้าวเพื่อจำหน่ายในตลาดเฉพาะและตลาดข้าวพรีเมี่ยม เช่น ข้าวสีนิล ข้าวไรซ์เบอร์รี และข้าวที่มีสรรพคุณทางวิตามินหรือยา เป็นต้น และซึ่งจะมีการขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในพื้นที่เหมาะสมแต่ปัจจุบันมีการนำไปปลูกพืชอื่น

2.นำระบบที่ส่งเสริมการปลูกข้าวปีละ 2 ครั้งมาใช้ในพื้นที่ เพื่อปรับปรุงดินและลดการเกิดแมลงศัตรูพืชและโรคข้าว

ด้านพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมกับการปลูกข้าว ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญของกระทรวงเกษตรฯ นั้น ได้มีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงมหาดไทย อุตสาหกรรม พาณิชย์ พลังงาน และภาคเอกชน ประกอบการ ความต้องการของตลาดในกลุ่มพืชต่างๆ เพื่อนำมาปรับและส่งเสริมให้เกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ไม่เหมาะสมกับการปลูกข้าว หันมาปลูกพืชที่ได้ราคาดีและมีตลาดรองรับ ซึ่งได้ข้อสรุปว่าควรส่งเสริมให้ปลูกอ้อย ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และปาล์มน้ำมัน โดยหากสามารถปฏิบัติตามแผนได้ทั้งหมดเต็มพื้นที่ภายใน 5 ปี จะสามารถลดปริมาณข้าวในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมได้ประมาณ 9-10 ล้านตัน และหันไปส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ในเขตเหมาะสมมาทดแทน เบื้องต้นกระทรวงเกษตรฯ จะเสนอโครงการปรับเปลี่ยนการทำนาในพื้นที่ไม่เหมาะสมหรือนอกเขตโซนนิ่ง ในระยะแรก 1-2 ปี จำนวน 3.2 ล้านไร่ าดว่าในระยะแรก จะลดปริมาณข้าวได้ประมาณ 3-4 ล้านตันต่อปี

สำหรับพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมกับการปลูกข้าว กระทรวงเกษตรฯ ได้เตรียมเสนอให้รัฐบาลประกาศเป็น “เขตส่งเสริมการปลูก (ชื่อพืช)... เพื่อสร้างรายได้ใหม่” ซึ่งจะมีมาตรการช่วยเหลือเป็นการเฉพาะออกมาสร้างแรงจูงใจเพื่อให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนอาชีพ โดยกรณีในเขตใดเหมาะกับการปลูกอ้อยจะใช้ชื่อว่า เขตส่งเสริมการปลูกอ้อยเพื่อสร้างรายได้ใหม่ เป็นต้น

เบื้องต้นกระทรวงเกษตรฯจะประกาศเป็นเขตส่งเสริมการปลูกอ้อยใน พื้นที่นอกเขตโซนนิ่งของข้าว เหมาะสมกับการปลูกอ้อยจำนวน 6.3 ล้านไร่ โดยระยะแรก กระทรวงเกษตรฯ จะเตรียมพื้นที่ให้ประมาณ 3 ล้านไร่ โดยแต่ละพื้นที่จะมีโรงงานน้ำตาลในรัศมี 50100 กม. ซึ่งปัจจุบันมีโรงงานเตรียมเข้ามารับซื้อทั้งหมด และเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ โรงงานอ้อยและน้ำตาลจะช่วยเหลือปัจจัยการผลิตตามกฎหมาย เช่น ค่าพันธุ์ ค่าแช่ท่อนพันธุ์ และค่าปุ๋ยประมาณ 6,000 บาทต่อไร่ ในขณะที่มาตรการเสริมของรัฐที่อาจจะช่วยเหลือในเรื่องการปรับปรุงที่ดินให้เหมาะสมกับการปลูกข้อเสนอของกระทรวงอุตสาหกรรม ต้องการพื้นที่ปลูกอ้อยอีกประมาณ 9 ล้านไร่ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำตาลในประเทศอีก 30 ล้านตัน จากปัจจุบันที่ปลูกอ้อย 10 ล้านไร่มีผลผลิตอ้อยปริมาณ 100 ล้านตัน ทั้งนี้

ในส่วนของเขตส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป้าหมาย 2.5 ล้านไร่ แต่ในระยะแรก 1-2 ปี กระทรวงเกษตรฯ จะส่งเสริมประมาณ 5 แสนไร่ โดยทางเอกชนผู้ผลิตอาหารสัตว์พร้อมที่จะเข้ามารับซื้อผลผลิต

สำหรับเขตส่งเสริมการปลูกปาล์มน้ำมัน กระทรวงพลังงานต้องการให้ส่งเสริมการปลูกปาล์มน้ำเพิ่มอีก เป็น 7 ล้านไร่จากปัจจุบันมีพื้นที่ปลูก 4.5 ล้านไร่เพื่อป้อนโรงงานผลิตน้ำมันไบโอดีเซลที่ต้องใช้น้ำมันปาล์มเป็นส่วนผสม ซึ่งกระทรวงพลังงานระบุว่าอีก 2ปีข้างหน้าโครงการจะเสร็จสิ้นทั้งหมด แต่เพื่อป้องกันปัญหาปาล์มล้นตลาด กระทรวงเกษตรฯ เห็นว่าระยะแรก 1-2 ปี จะจัดหาพื้นที่ส่งเสริมการปลูกปาล์มให้จำนวน 5 แสนไร่เท่านั้น ส่วนระยะยาวที่เหลือขอรอดูความชัดเจนจากกระทรวงพลังงานเป็นระยะ นอกจากนั้น กระทรวงเกษตรฯ จะส่งเสริมการปลูกพืชไร่นาสวนผสมและหญ้าเนเปียร์เพื่อป้อนโรงงานไฟฟ้าด้วย

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง