posttoday
ทีวีดิจิตอลกับเหตุผลลดสัดส่วนช่องข่าว

ทีวีดิจิตอลกับเหตุผลลดสัดส่วนช่องข่าว

11 กรกฎาคม 2556

การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ในวันที่ 15 ก.ค.นี้ จะพิจารณาข้อเสนอจากการรับฟังความเห็นสาธารณะที่ให้ปรับสัดส่วนรายการข่าวของช่องข่าวจาก 75% เหลือ 50% เนื่องจากเห็นว่าในช่องสาธารณะมีสัดส่วนรายการข่าวอยู่แล้ว 75% ดังนั้นเมื่อเป็นช่องธุรกิจที่เปิดประมูลจึงไม่จำเป็นต้องมีสัดส่วนรายการข่าวสูงถึง 75% อีก

การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ในวันที่ 15 ก.ค.นี้ จะพิจารณาข้อเสนอจากการรับฟังความเห็นสาธารณะที่ให้ปรับสัดส่วนรายการข่าวของช่องข่าวจาก 75% เหลือ 50% เนื่องจากเห็นว่าในช่องสาธารณะมีสัดส่วนรายการข่าวอยู่แล้ว 75% ดังนั้นเมื่อเป็นช่องธุรกิจที่เปิดประมูลจึงไม่จำเป็นต้องมีสัดส่วนรายการข่าวสูงถึง 75% อีก

ทั้งนี้ การปรับสัดส่วนรายการข่าวถือเป็นช่องเดียวที่ถูกเสนอให้ปรับสัดส่วนเนื้อหาหลักลงจากเดิม 75% เพราะตามกำหนดเดิมหากเป็นช่องรายการใด จะต้องมีเนื้อหาของรายการนั้น 75% ไม่ว่าจะเป็นช่องเด็กที่ต้องมีรายการเด็ก 75% ช่องทั่วไป และช่องคมชัดสูง (เอชดี) เป็นรายการบันเทิง 75% เช่นเดียวกับช่องสาธารณะที่ต้องมีรายการที่เน้นหนักด้านเนื้อหาสาระ 75%

ดังนั้น ช่องข่าวจึงเป็นช่องเดียวที่มีการเสนอให้ปรับเปลี่ยนสัดส่วนลดรายการข่าวลง ทั้งที่โดยเนื้อหาหลักควรจะต้องเป็นรายการเกี่ยวกับข่าว เนื่องจากหากไม่ต้องการเน้นหนักไปที่รายการข่าว ยังมีช่องอื่นๆ ที่เปิดให้ผลิตรายการบันเทิงได้เต็มที่อยู่แล้ว

สำหรับช่องธุรกิจทั้ง 24 ช่อง ที่ กสท.เตรียมเปิดประมูลเดือน ก.ย.นั้น มีทั้งหมด 24 ช่อง แบ่งเป็นช่องเด็ก 3 ช่อง ราคาเริ่มต้น 140 ล้านบาท ช่องข่าว 7 ช่อง เริ่มต้น 220 ล้านบาท ช่องทั่วไป 7 ช่อง ราคาเริ่มต้น 380 ล้านบาท และช่องเอชดี 7 ช่อง ราคาเริ่มต้น 1,510 ล้านบาท ซึ่งจากการรับฟังความเห็น ยังมีการเสนอให้ปรับราคาเคาะประมูลของช่องเด็กที่จะเพิ่มขึ้น 2 ล้านบาท ทุกการเคาะ 1 ครั้ง จากเดิมครั้งละ 1 ล้านบาท

แม้ กสท. จะระบุว่าการพิจารณาปรับลดสัดส่วนครั้งนี้เป็นไปตามความเห็นที่ได้รับฟังมา เพื่อยืนยันว่าการเปิดรับฟังความเห็นสาธารณะในแต่ละครั้ง ไม่ใช่เพียงแต่เปิดรับฟังไปตามขั้นตอนให้ครบกระบวนการเท่านั้น แต่ทุกเสียงที่เสนอมา กสท.รับฟังและพร้อมที่จะปรับเปลี่ยน หากถูกทักท้วงไปในทางเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหลายประเด็นจากการรับฟังความเห็นสาธารณะที่เห็นควรให้ปรับ เช่น ช่อง 5 และช่อง 11 ที่ควรปรับผังรายการให้สอดคล้องกับความเป็นช่องสาธารณะ ซึ่งควรมีเนื้อหาสาระมากกว่ารายการบันเทิงเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แต่ กสท.ก็ยังไม่ได้ดำเนินการและเข้มงวดในเรื่องนี้ แต่เลือกที่จะปรับสัดส่วนรายการข่าวของช่องข่าว ซึ่งตามประเภทของช่องก็ควรจะมีเนื้อหาด้านข่าว 75% อยู่แล้ว

ดังนั้น กสท.ต้องชี้แจงให้ชัดเจนหากตัดสินใจปรับลดสัดส่วนช่องรายการข่าวเหลือ 50% จริงๆ เพราะนั่นหมายความว่าผู้ประกอบการช่องข่าวจะมีช่วงเวลาอีก 50% ไปผลิตรายการบันเทิงอื่นๆ เช่นเดียวกับช่องรายการทั่วไป แต่กลับมีต้นทุนการประมูลน้อยกว่าช่องรายการทั่วไป เนื่องจากช่องข่าวเริ่มต้นประมูลที่ 220 ล้านบาท ขณะที่ช่องทั่วไปราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 380 ล้านบาท

ทั้งนี้ เนื่องจากสัดส่วนรายการข่าวที่ลดลง สามารถแปรเปลี่ยนเป็นมูลค่าทางธุรกิจได้มหาศาล และคงเป็นเรื่องที่ผิดปกติที่ช่องข่าวกลายเป็นช่องเดียวที่ถูกปรับสัดส่วนให้เหลือ 50% ขณะที่ช่องอื่นๆ ยังคงสัดส่วนรายการหลักไว้ที่ 75% เหมือนเดิม จึงเกิดคำถามว่าเหตุใดจึงต้องปรับสัดส่วนของช่องธุรกิจ โดยหยิบยกกรณีช่องสาธารณะมาเป็นข้ออ้าง

ทั้งที่ในความเป็นจริง วัตถุประสงค์ของช่องสาธารณะกับช่องธุรกิจแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง คำชี้แจงที่ว่าในเมื่อช่องสาธารณะมีรายการข่าวแล้ว 75% ช่องธุรกิจข่าวที่จะเปิดประมูลจึงมีรายการข่าวน้อยลงได้นั้น ค่อนข้างเป็นเหตุผลที่ไม่สอดคล้องกัน และเปิดโอกาสให้นายทุนมีช่องว่างที่จะแสวงหากำไรได้มากขึ้นด้วย

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน