posttoday
"โฆสิต" ถามรัฐบาลกระตุ้นศก.ต่อเนื่อง แต่ทำไมไร้ผล

"โฆสิต" ถามรัฐบาลกระตุ้นศก.ต่อเนื่อง แต่ทำไมไร้ผล

11 กรกฎาคม 2556

โดย...ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงศ์

โดย...ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงศ์

ทิศทางเศรษฐกิจของไทยที่ทรุดตัวลง กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแก้ไข ขณะเดียวกันก็ต้องปรับแก้วิธีการบริหารจัดการ เพราะตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศอย่างเต็มกำลัง แต่ดัชนีเศรษฐกิจล่าสุดพากันทรุดตัวทุกรายการ

การบริโภคทรุดหนัก การลงทุนภาคเอกชนดับสนิท การใช้กำลังการผลิตลดฮวบ จนหลายสำนักเริ่มหั่นเป้าการขยายตัวทางเศรษฐกิจลงมา ผลกระทบจากปัญหาเหล่านี้กำลังขยายวงกว้างออกไป

โฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจที่มีทิศทางลดลง ต้องไปตั้งคำถามกับรัฐบาลที่ได้มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจมาตลอด 12 เดือน แต่ทำไมจึงไม่ได้ผล หากรัฐบาลตอบตรงนี้ไม่ได้ก็คงยาก เนื่องมาจากมาตรการที่ทำมาเยอะแล้ว ก็ต้องตอบโจทย์ที่ทำมาแล้วจนถึงขณะนี้ รัฐบาลต้องกลับไปถามตัวเองว่า ที่ทำมาทำไมไม่ได้ผล และทำให้ทิศทางเศรษฐกิจออกมาในทางที่ถดถอยลง

“ในมุมมองของผมคิดว่า อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจที่รับได้คือ 4% ถือว่าพอสมควร เพียงแต่เกิดคำถามว่ากระตุ้นเศรษฐกิจแล้วทำไมถึงได้แค่นี้ ส่วนเครื่องมือที่จะนำมากระตุ้นเศรษฐกิจ ก็ต้องกลับไปถามรัฐบาลอีกว่าจะทำอะไรต่อ ซึ่งต้องไปประเมินด้วยว่าทำไมที่ทำมาจึงไม่ได้ผล ถึงแม้ว่าจะมีการเสนอให้ใช้อัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็ต้องกลับไปถามคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ด้วยว่าที่ลดดอกเบี้ยก่อนหน้ามีความคาดหวังอะไร และได้ตามที่คาดหวังหรือไม่” โฆสิต กล่าว

โฆสิต กล่าวว่า รัฐบาลเตรียมหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงค่าครองชีพแพง ต้องให้ถามกลับไปยังรัฐบาลว่ามาตรการที่ออกไปในช่วงที่ผ่านมาทั้งการขึ้นค่าแรงงาน 300 บาท รถยนต์คันแรก ได้ผลมากน้อยเพียงใด มีปัญหาตรงจุดไหน หากไม่ได้ก็ไม่ควรออกมาตรการใดๆ เพิ่มเติม เพราะมองว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจปีนี้ 4% น่าจะเพียงพอแล้ว

สำหรับการพิจารณาปรับดอกเบี้ยนโยบาย ควรให้สะท้อนกับภาวะตลาดของไทย เมื่อสถานการณ์ผันผวนก็ควรรอดูสถานการณ์ให้ชัดเจน และการปรับอัตราดอกเบี้ยลดลงคงไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจมากนัก ส่วนปัญหาหนี้ภาคครัวเรือน หนี้ภาคธุรกิจ หนี้ภาครัฐ ล้วนแต่ก่อให้เกิดปัญหากันทุกประเทศ ดังนั้นจึงอยู่ที่การบริหารจัดการดูแล ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ออกมาพูดว่า จะติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด

“ผมก็พูดมาตลอดว่าลดดอกเบี้ยไม่สามารถที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะแบงก์ไม่ได้กู้เงินจาก กนง. ซึ่งแบงก์ก็ยังมีการแข่งขันด้านอัตราดอกเบี้ยสูง เพราะต้นทุนการเงินของแบงก์คือเงินฝาก” โฆสิต กล่าว

โฆสิต ยังชี้ปมให้ขบคิดอีกว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัย คือ ภาวะตลาดและความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ซึ่งการปรับลดในครั้งที่ผ่านมาของ กนง.จนขณะนี้ยังไม่เห็นธนาคารใดปรับลดลงตาม จึงต้องตั้งคำถามกับ กนง.ว่านโยบายดอกเบี้ยใช้เพื่อวัตถุประสงค์อะไร

“หากผมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ กนง. ผมจะเป็น 1 เสียงที่ไม่ลดดอกเบี้ย เพราะที่ผ่านมาการลดดอกเบี้ยก็ไม่เห็นว่ามีตัวอย่างจากประเทศไหนที่ใช้ดอกเบี้ยต่ำแล้วกระตุ้นเศรษฐกิจได้ผล ดังนั้นในช่วงที่เหลือผู้ประกอบการต้องดูแลตัวเอง ตุนสภาพคล่องไว้ให้มาก” ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ แสดงความคิดเห็น

ด้าน เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ประธานคณะกรรมการบริหาร สถาบันอนาคตไทยศึกษา เปิดเผยว่า มองอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจปีนี้อยู่ที่ 4.1% แต่คงไปไม่ถึง 4.5% และไม่น่าต่ำกว่า 4% และในการพิจารณาลดหรือคงดอกเบี้ยของ กนง. คงไม่ได้ผลต่อตัวเลขเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร เพราะเศรษฐกิจไทยตอนนี้ขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจโลกมากกว่า ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สามารถควบคุมได้ เนื่องจากปัจจัยสำคัญจะมาจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มากกว่า ธปท.

ส่วนกรณีที่มีคนมองว่าการลดดอกเบี้ยลงจะเกิดฟองสบู่นั้น ไม่ได้มองเช่นนั้น เพราะสถานการณ์ปัจจุบันไม่เหมือนวิกฤตปี 2540 เพราะแม้หนี้ครัวเรือนจะสูงจริง แต่ไม่ได้มากมาย ด้านงบดุลบริษัทสัดส่วนหนี้ต่อทุน หรือหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ไม่ได้สูงเลย

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญของการขยายตัวเศรษฐกิจ ขึ้นอยู่กับตัวเลขการส่งออกมากกว่า เพียงแต่มองว่าขณะนี้รัฐบาลให้ความสำคัญกับภาคส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมียอดส่งออกสูงแต่กลับมีส่วนสัมพันธ์กับการจ้างงานไม่ถึง 2% จึงอยากให้ความสำคัญกับการส่งออกของภาคการเกษตร ซึ่งมีส่วนสัมพันธ์กับการจ้างงานที่สูงมาก

นอกจากนี้ ต้องถือว่าโชคดีที่ภาคการท่องเที่ยวขยายตัวสูงมากและมีความยืดหยุ่นสูง

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี