
ประเมินกนง.คงดอกเบี้ยเพราะห่วงหนี้ครัวเรือน
ไทยพาณิชย์ ชี้ ศก.ไทยยังมีช่องว่างพอที่จะลดดอกเบี้ยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่กนง.ยังห่วงเงินทุนผันผวนและหนี้ครัวเรือน
ไทยพาณิชย์ ชี้ ศก.ไทยยังมีช่องว่างพอที่จะลดดอกเบี้ยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่กนง.ยังห่วงเงินทุนผันผวนและหนี้ครัวเรือน
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (EIC) ออกบทวิเคราะห์กรณีที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.50% ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 10 กรกฎาคม 2013
ทั้งนี้ กนง. มองว่าอัตราดอกเบี้ยในระดับปัจจุบันยังเหมาะสม โดย กนง. มองว่าการชะลอตัวของการใช้จ่ายในประเทศในช่วงที่ผ่านมาเป็นการกลับมาขยายตัวในระดับปกติ หลังจากที่เร่งตัวมากในช่วงก่อนหน้าจากแรงกระตุ้นภาครัฐ โดยปัจจัยสนับสนุนคือการจ้างงานและรายได้ของประชาชนที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี ประกอบกับนโยบายการเงินและการคลังที่ผ่อนคลาย จากสินเชื่อที่ยังขยายตัวสูงและมีการขาดดุลการคลังต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี EIC มองว่าเศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงชะลอตัวเพิ่มขึ้นในครึ่งปีหลัง การชะลอตัวของการใช้จ่ายอุปโภคบริโภคในช่วงที่ผ่านมาส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการสิ้นสุดนโยบายกระตุ้นของภาครัฐ แต่อีกส่วนหนึ่งที่น่ากังวลและเป็นสัญญาณการชะลอตัวคือ การใช้จ่ายในสินค้าประเภทอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าไม่คงทน เช่น อาหารและเครื่องดื่ม ของใช้ในครัวเรือน ที่ชะลอตัวลงในไตรมาส 1 ประกอบกับการเติบโตของสินเชื่อเพื่อการบริโภคนอกเหนือจากการซื้อรถยนต์และที่อยู่อาศัยที่เริ่มชะลอตัวลงตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี นอกจากนี้การลงทุนภาครัฐยังมีความเสี่ยงที่จะไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้เดิม อีกทั้งการส่งออกในปีนี้น่าจะชะลอตัวลงกว่าที่คาดไว้
EIC เห็นว่า เศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงยังต้องการแรงสนับสนุนจากนโยบายการเงิน โดยการดำเนินนโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลาย ซึ่งอาจรวมถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติม สามารถทำได้ในภาวะที่แรงกดดันด้านเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ ซึ่งจะช่วยรักษาแรงส่งจากการใช้จ่ายในประเทศไม่ให้ชะลอตัวมากเกินไป ในขณะที่การลงทุนภาครัฐประสบข้อจำกัดและเศรษฐกิจโลกยังคงเปราะบาง อย่างไรก็ดี ปัจจัยที่กนง.ได้แสดงความกังวลทั้งในด้านความผันผวนในตลาดเงินและความเสี่ยงของเงินทุนไหลออก รวมไปถึงหนี้ภาคครัวเรือน อาจเป็นข้อจำกัดในการดำเนินนโยบายดังกล่าว







