posttoday
ถกต้นทุนปลูกข้าว

ถกต้นทุนปลูกข้าว

10 กรกฎาคม 2556

หาข้อสรุปเคาะราคารับจำนำรอบใหม่ด้าน‘พาณิชย์’เร่งเทสต๊อกเยือนผู้ซื้อ

หาข้อสรุปเคาะราคารับจำนำรอบใหม่ด้าน‘พาณิชย์’เร่งเทสต๊อกเยือนผู้ซื้อ

จับตารัฐถกต้นทุนชาวนาหาข้อสรุปราคาจำนำ โรงสีชี้อัตราขั้นบันไดเอื้อทุจริต ด้านพาณิชย์เล็งเทสต๊อก

แหล่งข่าวในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้รวบรวมข้อมูลต้นทุนการทำนาของกระทรวงเกษตรฯ ทุกหน่วยงาน เพื่อใช้ในการหารือกับตัวแทนชาวนาไทยที่กระทรวงพาณิชย์วันที่ 10 ก.ค. เนื่องจากต้องใช้เป็นฐานในการกำหนดราคาจำนำของรัฐบาล

ทั้งนี้ ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) และกรมการข้าวยังมีตัวเลขที่ต่างกัน เนื่องจากใช้หลักวิชาการในการจัดเก็บข้อมูลที่ต่างกัน โดย สศก.ระบุต้นทุนการผลิตข้าวนาปี อยู่ที่ 4,698 บาทต่อไร่ หรือ 11,081 บาทต่อตัน ในขณะที่นาปรังต้นทุน อยู่ที่ 5,858 บาทต่อไร่ หรือ 8,731 บาทต่อตัน ซึ่งเป็นต้นทุนเฉลี่ยทั่วประเทศ

ส่วนข้อมูลของซึ่งหากรัฐบาลจะทำต้นทุนเป็นรายจังหวัดหรือรายพื้นที่ก็จะต้องใช้เวลาในการทำประมาณ 1 รอบการผลิตเพราะต้องเก็บต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง

กรมการข้าวพบว่าต้นทุนในพื้นที่ปลูกข้าวและโครงการลดต้นทุนการผลิตจะอยู่ที่ 4,692 บาทต่อไร่ หรือ 6,490 บาทต่อตัน ทั้งนี้ ต้นทุนผันแปรอยู่ที่ 1,832 บาทต่อไร่ แต่หากเป็นการผลิตแบบทั่วไปไม่ได้ลดต้นทุนจะอยู่ที่ 5,859 บาทต่อไร่ หรือ 8,731 บาทต่อตัน ต้นทุนผันแปรอยู่ที่ 2,629 บาทต่อไร่

ข้อมูลต้นทุนของชาวนาใน จังหวัดเชียงรายพบว่าต้นทุน5,199 บาทต่อไร่ หรือ 6,031ต่อตัน จ.สกลนคร 5,390 ต่อไร่ หรือ 8,515 ต่อตัน จ.พิษณุโลก 3,906 ต่อไร่ หรือ4,227 ต่อตัน จ.นครนายก 4,912 บาทต่อไร่หรือ 7,266 ต่อตัน และจ.พัทลุง 4,399 บาทต่อไร่หรือ 5,706 บาทต่อตัน

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายวิเชียร พวงลำเจียก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวว่า ต้นทุนชาวนาเฉลี่ยประมาณ 6,500-6,800 บาทต่อไร่ หรือประมาณ 9,000 บาทต่อตัน

ด้านนายมานัส กิจประเสริฐ นายกสมาคมโรงสีข้าว กล่าวถึงแนวคิดในการรับจำนำข้าวแบบขั้นบันไดของกรมการค้าภายในว่า ในหลักการแนวคิดนี้จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายที่จะใช้ในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลได้พอสมควร แต่ในทางปฏิบัติแล้วทำได้ยาก โดยเฉพาะเรื่องของระบบเอกสารที่อาจเกิดความวุ่นวายและผิดพลาดขึ้นได้ และอาจทำให้เกิดปัญหาตกหล่นหรือแจ้งซ้ำนำไปสู่ปัญหาการสวมสิทธิทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจได้

ซึ่งสุดท้ายก็ไม่พ้นที่ผู้ประกอบการโรงสีข้าวจะตกเป็นจำเลยสังคมโดยที่ไม่ตั้งใจ

“เรื่องนี้ในทางปฎิบัติทำและเกิดได้ยาก เพราะระบบการออกใบประทวนของรัฐบาลเองก็ยังไม่มีความพร้อมพอที่จะสามารถจับคู่ช่วงราคากันได้ สุดท้ายก็จะเกิดความวุ่นวายทั้งระบบ เพราะจะต้องทำเอกสารส่งในแต่ละช่วงราคา อแล


ขณะที่แหล่งข่าวจากวงการโรงสีเปิดเผยว่า อยากให้กระทรวงพาณิชย์เรียกตัวแทนผู้ประกอบการโรงสีข้าวเข้าไปร่วมหารือถึงแนวทางการรับจำนำข้าวในโครงการรัฐที่จะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจำนำใหม่ด้วย เพื่อจะได้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันทุกฝ่าย ไม่ใช่คุยและตกลงกันเพียงแค่ไม่กี่คนแล้วจะสรุปเป็นความเห็นรวม เพราะหากเป็นเช่นนั้นก็เท่ากับเป็นการบีบบังคับให้เห็นด้วยโดยที่อีกฝ่ายไม่รู้เรื่อง

“ได้ข่าวมาเหมือนกันว่าในวันที่ 10 ก.ค.นี้ กระทรวงพาณิชย์จะมีเชิญกลุ่มตัวแทนชาวนา ผู้ประกอบการโรงสีและผู้ประกอบการส่งออกเข้าร่วมหารือด้วย แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่เห็นหนังสือแจ้งให้ฝ่ายผู้ประกอบการโรงสีเข้าร่วมหารือด้วยเลย”แหล่งข่าว กล่าว

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่า วันที่ 10 ก.ค. นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ จะเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการระบายข้าว เพื่อหารือสำคัญคือแผนการระบายข้าวในสต๊อกรัฐบาล รวมถึงการกำหนดแผนการเยือนกลุ่มประเทศผู้นำเข้าข้าว รวมทั้งการเปิดประมูลข้าวสต๊อกรัฐบาลเป็นการทั่วไปปลายก.ค.นี้ ซึ่งประเทศตามแผนเป้าหมายที่จะไปเยือนมี 6 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซียมาเลเชีย ฟิลิปปินส์ จีน โตโก และอิหร่าน

นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ ประธานบริษัท อุทัยโปรดิวส์ ผู้ส่งออกข้าวหอมมะลิรายใหญ่ กล่าวว่า ตลาดส่งออกข้าวช่วงครึ่งปีหลังยังคงเป็นตลาดของผู้ซื้อ เพราะปริมาณในตลาดมีสูง โดยเวียดนามกำลังจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดในเดือนนี้อีก 5 ล้านตันข้าวสาร

ทั้งนี้ อยากให้รัฐบาลระบายข้าวใหม่จากโครงการรับจำนำนาปรัง 2556 นี้ให้แล้วเสร็จก่อน เพราะเป็นข้าวที่ตลาดต่างประเทศต้องการ ส่วนข้าวเก่าจากโครงการรับจำนำก่อนหน้านี้ ให้เก็บไว้ระบายภายในประเทศครั้งละไม่มาก เพราะคนไทยชอบกินข้าวเก่าผิดกับตลาดต่างประเทศที่ชอบข้าวใหม่ และระบายครั้งละไม่มากแต่บ่อยครั้ง เพื่อไม่ให้ตลาดได้รับผลกระทบด้านราคาแบ่งเป็นบริโภคภายใน2.5 ล้านตัน ที่เหลือจะส่งออก เช่นเดียวกับอินเดียที่ยังมีปริมาณข้าวอยู่อีกมาก ขณะที่ไทยกำลังมีแผนระบายข้าวเช่นกัน ซึ่งมีความเป็นห่วงว่าการระบายข้าวอาจต้องพิจารณาประเด็นราคาขายให้มีความเหมาะสม เพราะข้าวไทยมีส่วนต่างราคาสูงกว่าคู่แข่ง

ทั้งนี้

นายเจริญ กล่าวว่า ส่วนการกำหนดราคารับจำนำข้าวฤดูกาลผลิต 2556/57 อยากให้กำหนดราคาที่สอดคล้องกับราคาตลาดและเป็นราคาที่ไทยแข่งขันได้ แต่หากจะคงใช้ราคาที่ตันละ 1.5 หมื่นบาทสำหรับข้าวเปลือกเจ้า ก็สามารถทำได้แต่ต้องกำหนดปริมาณรับจำนำ เพื่อช่วยเหลือชาวนารายย่อย คือผู้ที่มีที่ดินไม่เกิน 10-20 ไร่ ในการทำนา

แหล่งข่าวจากผู้ส่งออกข้าว กล่าวว่า ข้าวไทยมีราคาสูงกว่าคู่แข่งเฉลี่ยตันละ 100 เหรียญสหรัฐ สำหรับข้าวนึ่ง ทำให้ไทยแข่งขันกับคู่แข่งสำคัญคือ อินเดียได้ยาก หากต้องการยึดตลาดข้าวนึ่งคืนคงต้องกำหนดราคาขายที่เหมาะสม แต่ไม่จำเป็นต้องลดราคาลงมามากเท่ากับราคาข้าวนึ่งอินเดีย หากมีข้อเสนอที่เหมาะสม และมีการทดลองราคาอย่างถูกต้องก็จะทำให้การขายข้าวนึ่งตามแผนของกระทรวงพาณิชย์สามารถดำเนินไปได้ โดยตลาดที่ยังมีความต้องการคือแอฟริกา และตะวันออกกลาง แต่ปริมาณความต้องการอาจไม่สูงมากเพราะทั้งสองตลาดได้มีการนำเข้าจากอินเดียไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

ผู้ประกอบการโรงสีข้าวชี้แนวคิดรับจำนำข้าวแบบขั้นบันไดช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายรัฐ แต่จะทำให้ระบบเอกสารวุ่นวาย

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า