
ธัช ธงภักดิ์ เอ็มดีใหม่ PPS
“ธัช ธงภักดิ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส (PPS) บริษัทวิศวกรที่ปรึกษาที่ให้บริการงานก่อสร้างแขนงต่างๆ เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งใหม่จากเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา แทน “สัมพันธ์ หงษ์จินตกุล” ที่หันไปเป็นที่ปรึกษาบริษัท
“ธัช ธงภักดิ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส (PPS) บริษัทวิศวกรที่ปรึกษาที่ให้บริการงานก่อสร้างแขนงต่างๆ เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งใหม่จากเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา แทน “สัมพันธ์ หงษ์จินตกุล” ที่หันไปเป็นที่ปรึกษาบริษัท
ธัชเป็นลูกหม้อบริษัทโดยทำงานที่นี่มาตั้งแต่ยุคบุกเบิกเพิ่งตั้งมาได้ไม่กี่ปี
“ธัช” จบปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมโยธา จากคณะวิศวกรรมศาสาตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่นที่ 14 รุ่นเดียวกับ “มนตรี ศรไพศาล” ซึ่งปัจจุบันเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)
ช่วงเรียนธัชใฝ่ฝันอยากเป็นวิศวกรโยธา แต่อุบัติเหตุชีวิตทำให้หันเหมาเป็นผู้ประกอบการ
“ช่วงนั้นที่บ้านมีปัญหาเรื่องผู้รับเหมาก่อสร้างที่เสียชีวิตกลางคันก่อนที่จะสร้างบ้านให้ตัวเองเสร็จ ผมกับคุณพ่อจึงช่วยกันนำเครื่องมือที่มีอยู่ทำตัวเป็นผู้คุมงานก่อสร้างเอง จนบ้านตัวเองเสร็จก็รู้สึกภูมิใจที่ได้ทำออกมาเป็นรูปร่าง”
เมื่อเรียนจบก็ทำงานในบริษัทก่อสร้างสัญชาติญี่ปุ่นสักพัก แล้วก็ตัดสินใจไปเรียนต่อปริญญาโทด้านการบริหารงานก่อสร้าง จากมหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน ดี.ซี. ที่สหรัฐ ทั้งๆ ที่คนส่วนใหญ่เมื่อจบวิศวะมามากกว่า 50% หันไปเรียนปริญญาโทด้านการบริหารเป็นหลัก
“สาเหตุที่ผมเลือกต่อโทด้านนี้ เพราะมองว่าเทคโนโลยีของสหรัฐหรือของยุโรปตอนนั้น จะเป็นอนาคตของประเทศไทยในเวลาต่อมา ที่ทำให้เราเห็นกระบวนการจัดการก่อสร้างที่มีประสบการณ์นำเทคโนโลยีมาใช้ให้มากที่สุดและลดการใช้เครื่องจักรให้น้อยที่สุด เพื่อทำให้การบริหารจัดการการก่อสร้างให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด”
หลังจบปริญญาโทมีโอกาสทำงานบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ที่สหรัฐ แต่ความที่เศรษฐกิจสหรัฐช่วงนั้นมีปัญหา ธัชเริ่มคิดกลับมาทำงานที่เมืองไทยดีกว่า เพราะเป็นยุคช่วงที่เศรษฐกิจไทยกำลังรุ่งเรืองในสมัยชาติชาย ชุณหะวัณ
เริ่มกลับมาทำงานที่บริษัท PPS ด้วยการเป็นผู้จัดการโครงการรับผิดชอบในโครงการต่างๆ งานชิ้นแรก คือ การสร้างสนามกอล์ฟขนาดใหญ่ใน จ.นครปฐม และพอร์ตการก่อสร้างอีกมากมาย อาทิ ก่อสร้างห้างสรรพสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าของเทสโก้ โลตัส อาคารที่พักผู้โดยสารและอาคารเทียบเครื่องบินสนามบินสุวรรณภูมิ รถไฟใต้ดินสายสีน้ำเงินหัวลำโพงบางซื่อ ฯลฯ
ต่อมาขยับขึ้นเป็นกรรมการบริหาร จนกระทั่งล่าสุดเป็นกรรมการผู้จัดการ เพราะหลังบริษัทได้มีการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ และพยายามถ่ายทอดงานให้คนรุ่นใหม่เข้ามาดูแลมากขึ้น พร้อมกับเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยในการปริหารงานก่อสร้างให้มากที่สุด
ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบไอทีและนำประโยชน์จากเครื่องมือการสื่อสารมาใช้ให้เห็นหน้างานก่อสร้างได้ในแบบเรียลไทม์ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้บริหารหรือฝ่ายปฏิบัติการสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ทันที ซึ่งท้ายที่สุดจะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานของบริษัทได้
“ธัช” บอกว่า ความยากของงานนี้อยู่ที่ “การสื่อสาร” ที่จะต้องมีวิธีการไปบอกคนอื่นทำงานให้เราอย่างถูกต้องเพราะสิ่งหนึ่งจะมีระบบเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องในงานมากขึ้น ขณะเดียวกันแนวทางการบริหารต่อไป คือต้องมองปัญหาให้ออกก่อนที่ทุกอย่างจะเกิดขึ้น ซึ่งต้องใช้ประสบการณ์ในการมองและวิเคราะห์ปัญหาเป็นอย่างมาก
จาก 20 ปีที่ผ่านมาการเห็นมูลค่างาน 2 ปี มีรายได้ที่ 1 ล้านบาท เลี้ยงฉลองกันใหญ่ ผ่านวิกฤตปี 2540 มาได้ จนตอนนี้บริษัทมีการเติบโตขึ้นมาเป็นอย่างมาก ตอนนี้ PPS มาถึงยุคเปลี่ยนผ่านแล้วที่ต้องทำงานสานต่อจากคนรุ่นก่อนที่หาเงินและสร้างชื่อเสียงไว้ให้แล้ว แต่งานของคนรุ่นนี้คือต้องสามารถถึงเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในงานก่อสร้างได้ รวมทั้งสามารถออกแบบให้ดูทันสมัยมากขึ้นด้วย
“สิ่งสำคัญวันนี้ต้องเปลี่ยนความคิดและสร้างเสริมประสบการณ์การทำงานให้กับทีมงานทุกคนให้ได้ ขณะเดียวกันบริษัทพยายามจะมุ่งเน้นการร่วมทุนกับบริษัทต่างชาติ ในการร่วมดำเนินการหลายอย่างเพื่อรองรับการขยายตัวการเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน”
ผลจากการร่วมทุนกับบริษัทสิงคโปร์ตั้งบริษัท สวอนแอนด์แมคคาเรน และ PPS 35% เพื่อมาเพิ่มการออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมมากขึ้นเพราะให้อัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่า แต่กว่าจะเห็นผลชัดเจนน่าจะเริ่มต้นในปี 2557 เป็นต้นไป
ส่วนแผนงานปีนี้ยังคงเป้ารายได้เติบโตจากปีก่อนที่ 10% เช่นเดิม แต่ที่พยายามทำคือลดต้นทุนงานด้านบริหารลง เพราะบริษัทมีต้นทุนคงที่คือบุคลากรส่วนใหญ่เป็นวิศวกร” ธัช กล่าวทิ้งท้าย







