posttoday
พอร์ตเอเซียพลัสรุกเอเชีย

พอร์ตเอเซียพลัสรุกเอเชีย

10 กรกฎาคม 2556

สนใจญี่ปุ่นรอซื้อหุ้นแบงก์จีนขายหุ้นสหรัฐหลังฟันกำไร100%

สนใจญี่ปุ่นรอซื้อหุ้นแบงก์จีนขายหุ้นสหรัฐหลังฟันกำไร100%

พอร์ตลงทุนเอเซีย พลัสมองหุ้นเอเชีย เน้นญี่ปุ่น ส่วนจีนรอจังหวะลงให้สุดก่อน ฟันกำไรหุ้นสหรัฐ

นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทเริ่มมีมุมมองเป็นบวกกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดหุ้นประเทศญี่ปุ่นและจีน เนื่องจากมองว่าสภาพทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศเริ่มเห็นทิศทางคลี่คลายที่ชัดเจนขึ้น อย่างญี่ปุ่นในเร็วๆนี้ จะมีการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรและคาดว่า นายชินโสะ อาเบะ จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีเช่นกัน ส่งผลให้นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจจะมีทิศทางที่ชัดเจนและคาดว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นอยู่ในช่วงที่กำลังจะฟื้นตัว

อย่างไรก็ดี เมื่อไม่นานมานี้ได้เชิญผู้จัดการกองทุนของกองทุนญี่ปุ่นแห่งหนึ่งมาแลกเปลี่ยนมุมมอง ซึ่งเป็นกองทุนที่มีผลประกอบการดีติด 1 ใน 10 อันดับกองทุนโลกที่มีผลประกอบการดีที่สุดประมาณ 10 ปีติดต่อกัน หรือแม้กระทั่งช่วงเวลาที่เศรษฐกิจประเทศญี่ปุ่นผันผวนกองทุนนี้ ก็สามารถเอาชนะตลาดได้ ซึ่งล่าสุดบริษัทก็เริ่มเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่นแล้ว โดยสนใจในกลุ่มยานยนต์ที่ได้ผ่านจุดเลวร้ายไปหมดแล้ว

ตลาดหุ้นจีนมองว่าใกล้จะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว เพียงแต่ตอนนี้ต้องรอให้ตลาดปรับตัวลงต่ำสุดก่อนถึงจะตัดสินใจเข้าไปลงทุน เพราะต้องรอให้ผลจากที่รัฐบาลได้ออกมาตรการคุมการปล่อยสินเชื่อนอกระบบอย่างจริงจัง เพื่อขจัดปัญหาฟองสบู่จากภาคอสังหาริมทรัพย์ให้สถานการณ์นิ่งกว่านี้ก่อน ซึ่งเบื้องต้นมีความสนใจหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ระดับโลกอย่าง ICBC เพราะให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงถึง 6% แต่มีอัตราราคาปิดต่อกำไร (พี/อี) ที่ 9 เท่า

นายก้องเกียรติ กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ในช่วงที่ทยอยขายทำกำไรหุ้นในสหรัฐที่บริษัทได้เข้าไปลงทุนกว่า 2 ปี 6 เดือนแล้วในกลุ่มแบรนด์สินค้าชื่อดัง กลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ของสหรัฐ เนื่องจากได้อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนกว่า 100% แล้ว เพราะตอนที่เข้าไปลงทุนยังเป็นช่วงที่เศรษฐกิจประเทศสหรัฐกำลังประสบปัญหา จึงทำให้บริษัทมีต้นทุนการลงทุนค่อนข้างต่ำ พี/อี ที่ถูกมากเมื่อเทียบกับหลายอุตสาหกรรมในเมืองไทย แต่ขณะนี้เศรษฐกิจสหรัฐเริ่มมีการฟื้นตัวในทิศทางที่ดีขึ้นแล้ว จึงต้องขายทำกำไรออกไปบ้าง

สำหรับมุมมองต่อตลาดหุ้นไทยก่อนหน้านี้ ก็ไม่ได้มีมุมมองเป็นบวกมากอยู่แล้ว เพราะ พี/อี หุ้น และราคาหุ้นไทยในหลายอุตสาหกรรมมีราคาแพงมาก เมื่อไปเทียบกับธุรกิจเดียวกันในตลาดหุ้นต่างประเทศโดยเฉพาะกลุ่มค้าปลีกที่สหรัฐหรือยุโรป ที่ พี/อี เพียง 19 เท่า เทียบกับกลุ่มค้าปลีกไทยที่พุ่งสูง 40 เท่า

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนก็ต้องคอยติดตามการประกาศผลประกอบการ บจ.ในทุกไตรมาส เพราะหากออกมาไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ก็อาจจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ระดับดัชนีปรับลดลงได้ ขณะเดียวกันมองว่าโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ที่มีการเริ่มต้นช้าก็เริ่มส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยบ้างแล้ว แต่ก็ต้องอย่าลืมว่าหลายโครงการที่เป็นงบลงทุนที่ต้องมีการลงทุนปกติอยู่แล้ว ก็นำมาใส่ไว้ในงบ 2 ล้านล้านบาท ด้วยเช่นกัน

ด้านดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดวันที่ 9 ก.ค.ที่ระดับ 1,398.69 จุด ลดลง 5.95 จุด มูลค่าการซื้อขาย 44,938.74 ล้านบาท ต่างชาติยังคงขายสุทธิกว่า 865 ล้านบาท ส่วนสถาบันขาย 804 ล้านบาท และนักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ 2,026 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ