
ก้าวสู่ปีที่ 2 "โรลส์-รอยซ์ "
เวลานี้คงปฏิเสธไม่ได้เรื่องความเป็นที่สุดของรถยนต์ในประเทศไทยของ บริษัท โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก ที่ก่อตั้งในประเทศมาแล้วเป็นเวลา 1 ปี ได้รับการตอบรับจากเหล่าเศรษฐีและนักธุรกิจระดับแถวหน้าของประเทศไทยอย่างดี
เวลานี้คงปฏิเสธไม่ได้เรื่องความเป็นที่สุดของรถยนต์ในประเทศไทยของ บริษัท โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก ที่ก่อตั้งในประเทศมาแล้วเป็นเวลา 1 ปี ได้รับการตอบรับจากเหล่าเศรษฐีและนักธุรกิจระดับแถวหน้าของประเทศไทยอย่างดี
ด้วยการเติบโตในระดับเหนือความคาดหมายอย่างมาก ซึ่งย้อนกลับไปเมื่อเดือน เม.ย. จนกระทั่งสิ้นปี โรลส์-รอยซ์ สามารถทำยอดขายในประเทศไทยได้ในระดับ 10-20 คัน ซึ่งเติบโตในอัตราตัวเลข 2 หลัก จากจุดเริ่มต้นถือได้ว่าตลาดประเทศไทยให้การตอบรับดีมาก
มาถึงวันนี้ขึ้นปีที่ 2 ของ โรลส์-รอยซ์ เฮอร์ฟรีด ฮัสนัล ผู้จัดการทั่วไปตลาดใหม่ประจำภาคพื้นเอเชีย บริษัท โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส ได้สะท้อนมุมมองของการเติบโตของธุรกิจในประเทศไทยและการเติบโตของตลาด
“ปีที่ 2 เราตั้งเป้าหมายเติบโต ในระดับ 2 หลักจากปีก่อน ซึ่งมองว่าประเทศไทยมีโอกาสเติบโตเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ จากปัจจัยการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยังเป็นไปในทิศทางที่ดี ถึงแม้จะไม่หวือหวาแต่ก็อยู่ในระดับที่มั่นคง ในขณะที่ประเทศอื่นๆ มีผลกระทบด้านเศรษฐกิจในระดับโลก”
ในประเทศไทย โรลส์รอยซ์ อยู่ภายใต้การบริหารงานของบริษัท มิลเลียนแนร์ ออโต้ เซลส์ แอนด์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) หนึ่งในบริษัท มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) ซึ่งล่าสุดได้มีการเปิดตัว รถยนต์ โรลส์-รอยซ์ รุ่นใหม่ ภายใต้ชื่อ “เรธ” รถยนต์หรูสไตล์สปอร์ตคูเป้ 4 ที่นั่ง และยังถือได้ว่าเป็นการเปิดตัวเนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปีในประเทศไทย ซึ่งมีราคาเริ่มต้นที่ 30.9 ล้านบาท โดยมองว่าจะเป็นรถรุ่นหนึ่งที่ได้รับความนิยมของบริษัทในปีนี้
โรลส์รอยซ์ ถือได้ว่าเป็นความเป็นที่สุด ที่สร้างความภาคภูมิใจให้ผู้ที่ครอบครอง และยังสามารถออกแบบรถได้ในทุกส่วนแบบตามใจนึก ซึ่งทำให้รถคันนั้นเป็นรถเพียงคันเดียวในโลกที่ถูกออกแบบด้วยตัวเอง
โดยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โรลส์-รอยซ์ มีผู้แทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) ใน 14 ประเทศ จำนวน 22 ดีลเลอร์ ซึ่งในปีที่ผ่านมาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีอัตราการเติบโตในระดับ 12% ซึ่งในปีนี้น่าจะเติบโตในระดับ 2 หลักจากปีก่อน
โรลส์รอยซ์ เองมองความสำคัญในการเติบโตในภูมิภาคดังกล่าว โดยอยู่ระหว่างการศึกษาการเปิดตลาดใหม่ในประเทศกัมพูชา พม่า ลาว ซึ่งภายใน 2 ปี มีความเป็นไปได้ที่จะได้ในเร็ววัน และภายใน 5 ปีจะครบในทุกประเทศในภูมิภาคอาเซียน







