posttoday
ประกันใบโพธิ์ขอซบตลาดหุ้น

ประกันใบโพธิ์ขอซบตลาดหุ้น

10 กรกฎาคม 2556

แจงแบงก์ไทยพาณิชย์มีดีมากกว่าเสียใกล้ครบ2ปีผู้ถือหุ้นรายย่อยต่ำ15%

แจงแบงก์ไทยพาณิชย์มีดีมากกว่าเสียใกล้ครบ2ปีผู้ถือหุ้นรายย่อยต่ำ15%

ไทยพาณิชย์ประกันชีวิตเสนอแบงก์แม่ขออยู่ในตลาดหุ้นต่อ

นายวิพล วรเสาหฤท กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต (SCBLIF) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างตัดสินใจว่าจะยังคงเป็นบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ต่อไปเหมือนเดิม หรือขอถอนตัวออกจากตลาดหลักทรัพย์

ทั้งนี้ เนื่องจากใกล้ครบกำหนด 2 ปี ที่บริษัทไม่สามารถกระจายการถือหุ้นรายย่อยได้ตามเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โดยยังคงมีจำนวนหุ้นหมุนเวียนในตลาดหลักทรัพย์ (Free Float) ต่ำกว่า 15% ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากการที่ธนาคารไทยพาณิชย์ได้เข้ามาถือหุ้นใหญ่ จึงทำให้มีจำนวนหุ้นหมุนเวียนในตลาดลดต่ำลง

“ล่าสุด บริษัทได้เสนอข้อดีของการอยู่ในตลาดหุ้นให้กับที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ตัดสินใจแล้วและทางบริษัทแม่ก็เห็นด้วย ส่วนเรื่องอนาคตก็ขึ้นกับความเห็นชอบของผู้ถือหุ้นรายใหญ่เป็นหลัก” นายวิพล กล่าว

สำหรับผลการดำเนินงานช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,240 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วที่มีกำไรสุทธิ 917 ล้านบาท ถึง 31% ถือได้ว่าเป็นปีที่มีผลกำไรในช่วงไตรมาสแรกที่พุ่งสูงขึ้นแตะพันล้านได้เป็นครั้งแรกในประวัติการณ์ของบริษัท ด้านกำไรสุทธิต่อหุ้น 18.1 บาท ก็ขยับเพิ่มขึ้น 31% จาก 13.8 บาท ของงวดเดียวกันเมื่อปีที่แล้วเช่นกัน

ขณะที่เบี้ยประกัน 5 เดือนแรกตามรายงานของสมาคมประกันชีวิตไทยมีเบี้ยปีแรก 3,197 ล้านบาท ลดลง 10% เบี้ยต่ออายุ 1.08 หมื่นล้านบาท อัตราการต่ออายุลูกค้าเก่าอยู่ที่ระดับ 86% เบี้ยชำระครั้งเดียว 3,333 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% รวมเบี้ยทุกประเภท 1.73 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 16%

นายวิพล กล่าวว่า ปีนี้ถือได้ว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีของบริษัท ที่สามารถทำกำไรสุทธิได้ถึงพันล้านตั้งแต่ไตรมาสแรก ซึ่งเป็นผลจากเบี้ยประกันรับสุทธิที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง บริษัทได้รุกขยายตลาดในทุกช่องทางการขาย รวมทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อให้เข้าถึงและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้กว้างยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายผลตอบแทนจากการลงทุนปีนี้ไม่ต่ำกว่า 5% ของพอร์ตการลงทุนทั้งหมดที่มีอยู่กว่า 1 แสนล้านบาท แม้เป้าหมายดังกล่าวอาจจะน้อยกว่าช่วงปีที่ผ่านมาที่ทำได้สูงเกือบ 6% แต่ด้วยภาวะความผันผวนที่เกิดขึ้นในปีนี้ ถือว่าระดับผลตอบแทนดังกล่าวเป็นระดับที่เหมาะสมแล้ว

สำหรับ แผนการลงทุนในช่วงเดือนที่เหลือของปีนี้ ยังคงสัดส่วนเดิม คือ ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้เอกชนประมาณ 90% ลงทุนในตราสารทุนและอสังหาริมทรัพย์ 9% ที่เหลืออีก 1% ลงทุนด้านเงินฝาก โดยยังคงนโยบายการลงทุนเดิม เพราะความเสี่ยงจากการลงทุนในตลาดหุ้นไทยและหุ้นทั่วโลกยังคงมีความเสี่ยงสูงและการทำกำไรจากการลงทุนไม่ง่ายเหมือนช่วงที่ผ่านมา

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน