
ชงลดค่าโดยสารรถไฟเร็วสูง
สนข.ศึกษาปรับลงเหลือ2.2บาท/กม.หวังดึงผู้ใช้แข่งขันรถตู้และโลว์คอสต์ได้
สนข.ศึกษาปรับลงเหลือ2.2บาท/กม.หวังดึงผู้ใช้แข่งขันรถตู้และโลว์คอสต์ได้
เล็งลดค่าโดยสารรถไฟความเร็วสูงเหลือ กม.ละ 2.2 บาท หวังดึงผู้ใช้ ตั้งเป้าเพิ่มรายได้อื่น 15%
นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า สนข.อยู่ระหว่างศึกษาปรับลดราคาค่าโดยสารรถไฟความเร็วสูง จากเดิมที่กำหนดไว้ 2.50 บาท/กม. เป็น 2.20 บาท/กม. ว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ และหากปรับลดแล้วจะสามารถดึงดูดผู้โดยสารเข้ามาใช้บริการได้เพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะผู้โดยสารระยะสั้นที่ต้องแข่งขันกับรถตู้โดยสาร สายการบินโลว์คอสต์
นอกจากนี้ สนข.อยู่ระหว่างหารือกับกรมโยธาธิการและผังเมืองในการปรับสถานีรถไฟความเร็วสูงในรัศมี 3 กม. เพื่อให้เกิดเมืองใหม่ในแต่ละสถานีที่รถไฟความเร็วสูงสอดคล้องกับการวางผังเมืองรวม โดยจุดที่ตั้งสถานีแต่ละแห่งอาจจะอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 23 กม. เพื่อขยายการเติบโตของเมืองและสามารถพัฒนาพื้นที่เมืองได้ ซึ่งสถานีแต่ละแห่งก็จะต้องกำหนดขนาดว่าจะให้เป็นขนาดเล็กหรือใหญ่ เพื่อรองรับการเติบโตที่จะมีมากยิ่งขึ้น เช่น สถานีพิษณุโลกและสถานีนครราชสีมา ที่เป็นสถานีปลายทางจะต้องเป็นสถานีใหญ่ ส่วนสถานีอื่นๆ จะพิจารณาว่าเป็นสถานีขนาดเล็กหรือใหญ่ จะต้องพิจารณาร่วมกับการจัดผังเมืองร่วมกับกรมโยธาธิการฯ
ทั้งนี้ รูปแบบของสถานีแต่ละแห่ง เบื้องต้นอาจจะออกแบบให้ภายนอกเหมือนกัน ต่างกันเฉพาะภายในที่จะเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ เพื่อประหยัดงบประมาณในการออกแบบและประหยัดค่าบำรุงรักษา เพราะหากสถานีต่างกันจะมีค่าออกแบบสูง
นายจุฬา กล่าวว่า ในส่วนความคืบหน้ารถไฟความเร็วสูงแต่ละเส้นทางได้จัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครบทั้งหมดแล้ว โดยรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯพิษณุโลก อยู่ระหว่างสรุปที่ตั้งสถานี คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปลายเดือน ส.ค.นี้ หลังจากนั้นจะยื่นรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ใช้เวลาประมาณ 3 เดือน และเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา หากไม่มีปัญหาอะไรก็เปิดประกวดราคาได้
สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯนครราชสีมา อยู่ระหว่างพิจารณาที่ตั้งสถานีเช่นเดียวกัน แต่จะยื่นอีไอเอช้ากว่าสายเหนือประมาณ 2 เดือน เพราะเปิดประชาพิจารณ์ช้ากว่า แต่ระยะทางสั้นกว่าสายเหนือจึงสามารถเร่งกระบวนการก่อสร้างได้ ขณะที่เส้นทางกรุงเทพฯหัวหิน อยู่ระหว่างออกแบบแนวเส้นทางก่อนยื่นอีไอเอ อาจจะช้ากว่าสายอื่นเล็กน้อย แต่ระยะทางสั้นกว่าจึงเร่งดำเนินการได้เช่นเดียวกัน
ขณะเดียวกัน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า
“คมนาคม” จับมือทีซีดีซีจัดทำคู่มือ “เซอร์วิส ดีไซน์”เชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคม ยกระดับการใช้รถไฟความเร็วสูง พร้อมตั้งเป้าหมายเพิ่มรายได้เชิงพาณิชย์ 15% ลดภาระการอุดหนุนของรัฐ
กระทรวงได้ร่วมมือกับศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (ทีซีดีซี) การจัดทำคู่มือรูปแบบการให้บริการ (เซอร์วิส ดีไซน์) ของรถไฟฟ้าความเร็วสูง เชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมอื่นๆ โดยจะนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบในการออกแบบก่อสร้างเชิงวิศวกรรม รวมทั้งนำไปบรรจุเป็นเงื่อนไขในการประกวดราคาก่อสร้าง (ทีโออาร์) รถไฟฟ้าความเร็วสูงด้วยเพราะการบริการถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุด ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงด้วย
จัดทำคู่มือรูปแบบการให้บริการ(เซอร์วิส ดีไซน์) ของรถไฟความเร็วสูง เพื่อให้โครงข่ายคมนาคมเชื่อมโยงต่อกัน เช่น พื้นที่ของสถานีแต่ละแห่ง รูปแบบการจำหน่ายตั๋วผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ และการบริการต่างๆ เป็นต้น โดยตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้พื้นที่เชิงพาณิชย์ให้ได้ 15% จากรายได้ค่าโดยสารที่เก็บจากผู้ใช้บริการ
“รายได้จากการประกอบกิจการรถไฟความเร็วสูงนั้น จะต้องประกอบด้วยรายได้จากค่าโดยสารบวกด้วยรายได้จากกิจกรรมเชิงพาณิชย์อีก 15% จึงจะช่วยให้รถไฟความเร็วสูงอยู่ได้ ซึ่งขณะนี้สนข.อยู่ระหว่างปรับอัตราค่าโดยสารต่อกม.ให้ลดลง เพื่อจะช่วยจูงใจให้มี ผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น ลดการอุดหนุนเงิน หรือไม่ต้องให้ภาครัฐเข้ามาสนับสนุนงบประมาณ ซึ่งรูปแบบสถานีแต่ละแห่งอาจจะออกแบบให้ มีร้านค้า ขายสินค้าและบริการต่างๆ เพื่อดึงดูดผู้โดยสารเข้าใช้บริการมากยิ่งขึ้น” นายจุฬา กล่าว เนื่องจากที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมล้มเหลวกับการให้บริการของแอร์พอร์ตลิงก์ เพราะไม่มีการออกแบบการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมและรูปแบบการบริการประชาชน เช่น ไม่มีทางเชื่อมต่อออกจากสถานีไปยังระบบขนส่งอื่นๆ ดังนั้นการจัดทำคู่มือดังกล่า







