
ฟื้นไฟเบอร์แห่งชาติ
หลัง บริษัท กสท โทรคมนาคม ตัดสินใจเข้ายื่นฟ้อง กสทช. ต่อศาลปกครอง กรณีร่างประกาศ เรื่อง การใช้โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมร่วมกันสำหรับโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องแชร์โครงข่ายร่วมกันเป็นการขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญ
หลัง บริษัท กสท โทรคมนาคม ตัดสินใจเข้ายื่นฟ้อง กสทช. ต่อศาลปกครอง กรณีร่างประกาศ เรื่อง การใช้โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมร่วมกันสำหรับโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องแชร์โครงข่ายร่วมกันเป็นการขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญ
นั่นหมายถึงความหวังที่จะได้เห็นประเทศไทยเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในเรื่องของการแบ่งปันโครงข่าย เพื่อลดการลงทุนที่ซ้ำซ้อนจะดูริบหรี่ลงไปอีก หลังจากมีความเพียรพยายามจากรัฐบาลหลายสมัยที่จะเห็นความร่วมมือกันในเรื่องนี้ นับตั้งแต่ แนวคิดการควบรวมทีโอทีและ กสทฯ ไปจนถึงโครงการไฟเบอร์แห่งชาติ
ไฟเบอร์แห่งชาติ คือ ความร่วมมือกันระหว่างรัฐและเอกชนที่จะใช้โครงข่ายที่มีอยู่ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นโครงข่ายโทรคมนาคมของทีโอที กสทฯ และผู้ให้บริการโทรศัพท์ทุกราย รวมไปถึงโครงข่ายของการไฟฟ้า ซึ่งเคยเป็นโครงการใหญ่ของรัฐบาลก่อนหน้า
ด้วยจุดประสงค์ที่ต้องการลดความซ้ำซ้อนในการลงทุนด้านโครงข่าย กระจายเทคโนโลยีให้เข้าถึงหมู่บ้านที่ห่างไกลได้มากขึ้น เพราะหากต่างคนต่างลงทุนผู้ประกอบการก็อาจจะให้น้ำหนักให้ความสำคัญกับการลงทุนในพื้นที่ที่มีการใช้งานมาก หรือทำรายได้ให้มากกว่า และอาจทอดทิ้งชาวบ้านที่อยู่ห่างไกล ทั้งที่ควรได้รับโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีเท่าเทียมกับคนเมือง
แต่เมื่อลมการเมืองเปลี่ยนทิศ การสานต่อโครงการหยุดชะงัก และกลับเข้าสู่การแข่งขันชิงความได้เปรียบและการเป็นผู้นำทางการตลาดด้านโครงข่าย ที่มาพร้อมกับการลงทุนซ้ำซ้อนเหมือนเดิม นอกจากบางโครงการ เช่น 3จี ทั่วประเทศของทีโอที จะมีความล่าช้ากว่า 1 ปีแล้ว ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโครงข่ายที่ใช้เงินลงทุนมหาศาลเป็นหมื่นๆ ล้านบาทนั้น จะได้ผลตอบแทนถึงจุดคุ้มทุนหรือไม่ ขณะเดียวกัน เอกชนก็แข่งขันกันโปรโมตเทคโนโลยีโครงข่ายว่ามีความเร็วสูง แต่ดูเหมือนเป็นคำโฆษณาชวนเชื่อที่สัมผัสไม่ได้
ทางที่ดีภาครัฐควรให้การสนับสนุนโครงการดีๆ เช่นนี้ต่อ และผลักดันให้เกิดผลทางรูปธรรม และอย่าตัดโอกาสที่จะพัฒนาประเทศให้ก้าวไกลเลย







