posttoday
กบข.ทยอยช้อนหุ้น

กบข.ทยอยช้อนหุ้น

09 กรกฎาคม 2556

เน้นบริษัทอิงกำลังซื้อในประเทศดัชนีร่วงหนักตื่นจีนคิวอีการเมือง

เน้นบริษัทอิงกำลังซื้อในประเทศดัชนีร่วงหนักตื่นจีนคิวอีการเมือง

หุ้นทรุดหนัก 2.55% กบข.ฉวยจังหวะหุ้นถูกเก็บหุ้น อิงกำลังซื้อในประเทศลงทุนยาว

ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,404.64 จุด ลดลง 36.69 จุด หรือดิ่งลง 2.55% มูลค่าการซื้อขายกว่า 41,829.88 ล้านบาท

นักลงทุนต่างชาติและพอร์ตบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เป็นผู้ขายสุทธิ 3,905 ล้านบาท และ 503 ล้านบาท ตามลำดับ ในขณะที่นักลงทุนทั่วไปและนักลงทุนสถาบันเป็นผู้ซื้อสุทธิที่ 3,719 ล้านบาท และ 689ล้านบาท ตามลำดับ

ดัชนีปรับลดลงตามตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชีย เพราะเงินทุนต่างชาติไหลกลับสหรัฐที่เศรษฐกิจฟื้นตัวจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ออกมาดีเกินคาดเทียบเศรษฐกิจเอเชียที่ชะลอตัว รวมถึงไทยที่นอกจากเผชิญปัญหาเศรษฐกิจชะลอแล้ว นักลงทุนยังกังวลเสถียรภาพทางการเมือง โดยเฉพาะหลังเปิดสภาผู้แทนราษฎรเดือน ส.ค.นี้

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต ให้ความเห็นว่าถ้าพิจารณาจากรูปแบบการเคลื่อนไหว จะเห็นว่ามีรูปแบบการเลือกหุ้นลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยหุ้นกลุ่มพลังงานมีแนวโน้มแข็งแกร่งกว่าตลาด ขณะที่หุ้นกลุ่มที่มีรายได้อิงกับการบริโภคภายในประเทศ ยังมีแรงขายต่อเนื่อง

ดังนั้น ยังแนะนำกลยุทธ์เลือกซื้อหุ้นลงทุน สำหรับกลุ่มหุ้นที่คาดการณ์กำไรไตรมาส 2 ออกมาดี และให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง

นายยิ่งยง นิลเสนา รองเลขาธิการกลุ่มงานบริหารเงินกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กบข.ยังมองหุ้นเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจและน่าลงทุน เพราะแม้ว่าระยะสั้นดัชนีจะปรับตัวลดลง แต่ระยะยาวหุ้นยังเป็นสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนได้ดี

ทั้งนี้ กบข.มีการลงทุนในหุ้นสัดส่วนมากกว่า 12% ซึ่งเกินค่าน้ำหนักเฉลี่ยที่กำหนดไว้ และในช่วงจังหวะที่ดัชนีปรับตัวลง กบข.ได้ทยอยซื้อหุ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจในประเทศ

“อัตราดอกเบี้ยที่ลดลงเป็นไปตามคาดการณ์ของ กบข. จึงหันมาให้น้ำหนักลงทุนในหุ้นมากค่าเฉลี่ย และในปีนี้จะมีเงินอีกหลายหมื่นล้านบาทที่จะครบกำหนดการเข้าลงทุนในตราสารหนี้ ซึ่งมองว่าจะโยกเงินก้อนนี้ตามแผนการลงทุนของ กบข.กำหนดไว้” นายยิ่งยง กล่าว

ด้านนายราช มังฮานี กรรมการผู้จัดการ เอ็มเอสซีไอ (MSCI) กล่าวในงาน GPF Symposium 2013 ว่า การลงทุนทุกวันนี้มีความเชื่อมโยงถึงกัน และซับซ้อนมากขึ้น เมื่อสถาบันการเงินใดประสบปัญหาทางการเงิน จะส่งผลกระทบต่อตลาดการลงทุนทั้งในประเทศและนอกประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดังนั้น หากต้องการให้หลุดพ้นจากความผันผวน ต้องสร้างภูมิคุ้มกันความเสี่ยงให้กับพอร์ตการลงทุนมากขึ้น การบริหารจัดการความเสี่ยงถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืน

สำหรับแนวทางบริหารความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนนั้น นายราช มีข้อแนะนำดังนี้ คือ ประการแรก พิจารณาปัจจัยความเสี่ยงของสินทรัพย์การลงทุนแต่ละประเภท ซึ่งมีผลกระทบต่อผลตอบแทนระยะยาว และต้องลงรายละเอียดของสินทรัพย์ในประเภทหรือชนิดเดียวกันอย่างลึกซึ้ง จะช่วยให้ผู้จัดการกองทุนเข้าใจมากขึ้นว่า ปัจจัยตัวใดที่ก่อให้เกิดความเสี่ยง และมีนัยต่อผลตอบแทนมากที่สุด

ประการที่สอง หลีกเลี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความซับซ้อนมากเกินไป เข้าใจยาก หรือมีข้อมูลไม่เพียงพอ เพื่อลดความเสี่ยง เพราะหากเกิดวิกฤตการณ์อาจจะสร้างความเสียหายได้มากกว่า และปรับสัดส่วนการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดหรือเพิ่มความเสี่ยงในสถานการณ์ต่างๆ สร้างระบบการบริหารความเสี่ยงแบบรวมศูนย์ โดยต้องตรวจตราการกระจุกตัวของความเสี่ยงด้วย

ทั้งนี้ ระบบการบริหารความเสี่ยงแบบรวมศูนย์ที่ดี ทำให้สามารถวิเคราะห์ผลกระทบของสถานการณ์ต่างๆ ที่มีผลต่อการลงทุนและวิเคราะห์ผลกระทบในสถานการณ์วิกฤต เพื่อประโยชน์ในการบริหารการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล