
Yield Curve ปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3
....สมาคมตราสารหนี้ไทย
ภาวะตลาดตราสารหนี้ (12
–16 เม.ย. 2553) มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 1,471,288.37 ล้านบาท และมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 735,644.19 ล้านบาท ทั้งนี้จากข้อมูลตลอดทั้งสัปดาห์พบว่า มูลค่าการซื้อขายโดยรวมทั้งหมดสามารถแบ่งเป็นมูลค่าการซื้อขายแบบ Outright ที่ 159,272.95 ล้านบาท หรือคิดเป็น 10.83% ของมูลค่าการซื้อขายรวม ทั้งนี้มูลค่าการซื้อขายแบบ Outright เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วนั้น พบว่าพันธบัตรองค์กรภาครัฐ (State Agency Bond) มีปริมาณการซื้อขายเท่ากับ 139,458.79 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 87.56% ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 40.15% ตามมาด้วย พันธบัตรรัฐบาล (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 15,214.85 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 9.55% ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 55.77% ต่อมาเป็น ตั๋วเงินคลัง (Treasury Bill) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 4,275.03 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 2.68% ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 81.83% ทางด้าน หุ้นกู้เอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 304.01 ล้านบาท และ พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ (State Owned Enterprise Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 20.27 ล้านบาทสำหรับตราสารหนี้ที่มีปริมาณการซื้อขายแบบ Outright สูงสุดเป็นสามอันดับแรก เมื่อแบ่งตามประเภทของตราสารหนี้มีดังต่อไปนี้คือ ในส่วนของ พันธบัตรรัฐบาล คือ รุ่น LB155A, LB196A และ LB145B มีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 4,648.21 ล้านบาท 1,985.26 ล้านบาท และ 1,901.74 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วน พันธบัตรรัฐวิสาหกิจและพันธบัตรองค์กรภาครัฐปริมาณการซื้อขายสูงสุดสามอันดับแรก คือ พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย รุ่น CB10504A, CB10504B และ CB10715B มูลค่า 54,403.41 ล้านบาท 34,453.70 ล้านบาท และ 4,871.36 ล้านบาท ตามลำดับ
สำหรับ หุ้นกู้ภาคเอกชน นั้น ปริมาณการซื้อขายสูงสุดสามอันดับแรก คือหุ้นกู้ของบริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน (HEMRAJ144A (A) และ HEMRAJ134A (A)) มูลค่าการซื้อขาย 146.01 ล้านบาท และ 60.02 ล้านบาท ตามลำดับ และหุ้นกู้ของบริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส (AYCAL132A (A+)) มูลค่าการซื้อขาย 50.53 ล้านบาท
การเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล ยังคงปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 โดยสามารถสรุปการเคลื่อนไหวของแต่ละช่วงอายุพันธบัตรรัฐบาลได้ดังนี้ คือ พันธบัตรอายุคงเหลือ 1 ถึง 6 เดือน อัตราผลตอบแทนปรับตัวลดลงอยู่ระหว่าง 1 ถึง 5 bp. พันธบัตรระยะสั้นอายุ 1 ถึง 3 ปี อัตราผลตอบแทนปรับตัวลดลงอยู่ระหว่าง
–2 ถึง –8 bp. สำหรับพันธบัตรระยะกลาง 5 ถึง 10 ปี อัตราผลตอบแทนปรับตัวลดลงอยู่ระหว่าง 16 ถึง 21 bp. และระยะยาวมากกว่า 10 ปี อัตราผลตอบแทนปรับตัวลดลงอยู่ระหว่าง 14 ถึง 18 bp.






