
ไม่มีแผ่นดินสำหรับผู้สูงวัย (No Country for Old Men)
....ธีระ ภู่ตระกูล
บทเรียนอย่างหนึ่งในชีวิตที่คุณแม่ของผมพร่ำสอนคือ
“เมื่อเรายังเป็นหนุ่มสาวเรายากจนได้ไม่เป็นไร แต่เมื่อเราแก่เราจะอยู่กับความยากจนไม่ได้” ทำให้ผมนึกถึงภาพยนตร์เรื่อง No Country for Old Men ซึ่งสร้างมาจาก นวนิยายของผู้แต่งชาวอเมริกัน Cormac McCarthy ในปี 2548 จากหนังสือนำมาสู่การสร้างภาพยนตร์ในปี 2550 ภายใต้ชื่อเดียวกันซึ่งได้รับรางวัล Academy Awards ถึง 4 รางวัลรวมทั้ง Best Picture ด้วย ผมอดสงสัยไม่ได้เกี่ยวกับความหมายของชื่อเรื่องจึงเข้าไปค้นหาใน Google และพบว่าชื่อภาพยนตร์เรื่องนี้จริงๆ แล้วมาจากบทกวี
“Sailing to Byzantium” ของ William Butler Yeats ข้างล่างนี้คือบางช่วงบางตอนที่เด่นๆ ของกวีบทนี้That is no country for old men. The young in one another
’s arms, birds in the treesThose dying generationsat their song.
An aged man is but a paltry thing. A tattered coat upon a stick.
หากแปลความตามตัวอักษรแล้ว ผู้เขียนบรรยายถึงประเทศที่เขาเคยอยู่เหมือนกับเป็นสถานที่ ที่ไม่มีที่สำหรับผู้สูงอายุ สภาพอันไม่พึงประสงค์นี้จะสามารถขจัดไปได้โดยผ่านความเชื่อด้านจิตวิญญาณ ซึ่งต้องส่งเสียงร้องให้ดังขึ้นและเพลงก็ไม่ได้เรียนรู้ผ่านทางโรงเรียนไหนแต่ผ่านทางการเรียนรู้จากตัวอย่างที่กล่าวมาข้างต้น ช่างน่าสลดหดหู่จริงๆ
แต่ผมคิดว่าเราได้รับบทเรียนที่แท้จริงจากตรงนี้ เป็นไปได้ไหมที่จะไม่มีแผ่นดินสำหรับผู้สูงวัย ในประเทศไทย ผู้เกษียณอายุในปัจจุบันโดยทั่วไปแล้วเหมือนติดอยู่ระหว่างโขดหินและสถานการณ์ลำบาก ซึ่งประกอบไปด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ ตลาดหุ้นที่ไม่มีเสถียรภาพ และอายุไขที่ยาวนานแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
แน่นอนความจริงเหล่านี้มักทำให้ผู้เกษียณอายุหลายคนเกิดความเครียดเนื่องจากพวกเขาขวนขวายหาทางทำให้รายได้หลังการเกษียณอายุคงอยู่ให้นานที่สุด ในทางหนึ่งหากคุณเป็นฝ่ายอนุรักษนิยมมากและเลือกลงทุนแต่เพียงในการลงทุนที่รับประกันผลตอบแทน เช่น การฝากเงินธนาคารหรือพันธบัตรรัฐบาล คุณจะเผชิญกับปัญหาดังกล่าวเหล่านี้
1.ผลตอบแทนที่ต่ำ
2.รายได้ที่ไม่เพียงพอในปัจจุบัน
3.ไม่มีการป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ
แต่หากคุณกล้าขึ้นมาอีกนิดและลงทุนในสินทรัพย์ที่เติบโตได้ เช่น หุ้น อสังหาริมทรัพย์ หรือสินค้าโภคภัณฑ์ คุณจะเผชิญกับความท้าทายที่แตกต่าง ดังเช่น
1.โอกาสที่จะได้ผลตอบแทนติดลบ
2.การดึงเงินออกขณะตลาดขาลงอาจส่งผลให้เงินต้นอยู่ในความเสี่ยงได้
เมื่อคุณอายุมาก เป้าหมายการลงทุนย่อมต่างจากตอนที่คุณยังเป็นหนุ่มสาว ผลตอบแทนการลงทุน (Return on Investment
—ROI) มักจะเป็นทฤษฎีหลัก สำหรับหนุ่มสาวนักลงทุนหลายคนที่เน้นการลงทุนในระยะยาว ซึ่งปกติแล้วยิ่ง ROI สูงเท่าไหร่ยิ่งดี แต่เมื่อคุณอายุมากขึ้น คุณอาจจะไม่สนใจว่าการลงทุนของคุณจะได้รับผลตอบแทนถึง 1012% ต่อปีหรือไม่ แต่คุณอาจจะโน้มเอียงไปยัง ROI ในอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งวางใจในรายได้ (Reliability of Income) มากกว่า อีกนัยหนึ่งก็คือ คุณเต็มใจที่ได้รับผลตอบแทนที่ต่ำกว่าเพื่อความสบายใจ ไม่มีเหตุให้วิตกเหนือความคาดหมายใดๆจากตัวอย่างต่อไปนี้ผมจะแสดงให้เห็นว่าการจัดเตรียมรายได้ที่ปรับตัวได้กับภาวะเงินเฟ้อโดยไม่มีความเสี่ยงที่มากเกินควรเป็นอย่างไร เราต้องการเพียงแค่ความมีวินัยและความมุ่งมั่น
ลองสมมติว่าคุณมีเงิน 5 ล้านบาทหลังการเกษียณ ทางหนึ่งที่จะเข้าถึงวิธีนี้คือแบ่งเงินออมออกเป็น 6
“ถัง” ไว้ใส่สินทรัพย์ที่มีการลงทุนแบบอนุรักษนิยม (Conservative) ไปจนถึงการลงทุนแบบรุก (Aggressive) ถังที่ 1 แบบอนุรักษนิยมได้รับสัดส่วนที่มากที่สุดของเงินออมของคุณคือ 28% หรือ 1.4 ล้านบาท ถังต่อๆ มาได้สัดส่วน 26% 20% 13% 7% และ 6% (รวม 100%) ถังที่ได้รับจำนวนเงินน้อยที่สุดคือถังที่ถือสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง การลงทุนยิ่งรุกมากเท่าไหร่ ความเสี่ยงก็สูงขึ้นตามไปด้วย ถังเหล่านี้จะต้องถือไปในระยะยาวเพื่อจะบรรลุถึงโอกาสที่ดีที่สุดที่จะได้ผลตอบแทนจากการลงทุนที่ยอดเยี่ยม (ตามภาพประกอบ)ในถังใบที่ 1 เราใส่เงินเข้าไปในธนาคาร 1.4 ล้านบาท ได้รับผลตอบแทน 2% ต่อปี ผลก็คือคุณได้เงิน 2.3 หมื่นบาทต่อเดือน เพื่อจะใช้จ่ายไปได้ 5 ปี ในถังที่ 2 เราจะลงทุน 1.3 ล้านบาท ในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากขึ้นหน่อย เช่น พันธบัตรรัฐบาลที่ได้ผลตอบแทน 4% ต่อปี เมื่อคุณเกษียณได้ 6 ปี เงินในถังที่ 1 ก็จะหมดไป และต่อมายังถังที่ 2 ที่จะจ่ายให้คุณ 27,340 บาทต่อเดือน จากปีที่ 6 ถึง ปีที่ 10 ในช่วงทุกๆ 5 ปีต่อมา ถังอื่นๆ ก็จะค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นเงินฝากประจำพร้อมจะจ่ายไปอีก 60 เดือน ถ้าอัตราผลตอบแทนเป็นไปตามที่วางแผนไว้ในแต่ละถัง ก็จะมีเงินในจำนวนเพียงพอที่จะสามารถยกระดับรายได้เวลาการเกษียณตั้งแต่ 2.3 หมื่นบาท ไปจนถึง 4.2 หมื่นบาทต่อเดือน
เพื่อที่จะทำให้กลยุทธ์หารายได้ตลอดชีพนั้นได้ผล คุณต้องเตรียมการลงทุนในระยะยาว ถังที่ 1 และ 2 ไม่ได้ให้ผลตอบแทนที่น่าตื่นเต้น คุณได้แค่ 24% ต่อปีเท่านั้น แต่ก็ยังดีเพราะคุณต้องการความมั่นใจว่าคุณจะมีรายได้ต่อเดือนเพียงพอสำหรับ 10 ปีแรกของการเกษียณอายุ เงินในถังที่ 4 ถึง 6 จะนำไปลงทุนเชิงรุกในสินทรัพย์ที่เติบโตได้ เช่น หุ้น และสินค้าโภคภัณฑ์ ต้องยอมรับว่าความเสี่ยงก็จะมากขึ้นตามไปด้วย แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะคุณเต็มใจที่จะลงทุนในระยะยาวและได้รับการชดเชยด้วยผลตอบแทนที่สูงกว่าซึ่งอยู่ระหว่าง 6% ถึง 12% ต่อปี ถึงแม้ว่าอะไรๆ จะไม่เป็นไปตามแผน มันก็ไม่ใช่ทางตัน สมมติว่าในถังที่ 4 คุณได้ผลตอบแทน 6% ต่อปี แทนที่จะได้ 8% รายได้ต่อเดือนที่คุณสามารถถอนได้ระหว่างปีที่ 16 ถึง 20 จะลดลงเป็น 27,980 บาท จาก 36,740 บาท ถ้าแย่ที่สุด สมมติว่าคุณได้ผลตอบแทนที่ 5% ต่อปีในถังใบที่ 5 แทนที่จะได้ 10% ตามที่วางแผนไว้ และในถังที่ 6 คุณได้ผลตอบแทน 9% แทนที่จะได้ 12% ต่อปี การจ่ายเงินก็จะลดลงตามไปด้วยแต่ก็ไม่ใช่ 0 (ภาพประกอบการลงทุนแบบที่ 2 โดยเงินฝาก พันธบัตรและหุ้นปันผลยังเท่าเดิม แต่เปลี่ยน 3 ส่วนหลัง) ก็เหมือนกับทุกสิ่งในชีวิต ไม่มีอะไรที่ไม่มีความเสี่ยงแต่ถ้าคุณมีแผนทางการเงินดี โอกาสที่คุณจะมีวัยเกษียณอายุที่สุขสบายก็จะมีมากกว่าการไม่วางแผนเลย
ถังใบที่ 6 แสดงให้เห็นถึงการป้องกันความเสี่ยงจากการที่คุณมีอายุเลย 25 ปีนับจากวันที่เริ่มต้นการลงทุน ถ้าถังนั้นได้ผลตอบแทนที่เป็นไปตามแผน ตัวอย่างเช่น มีเงิน 3 แสนบาท สะสมผลตอบแทนในอัตรา 12% เป็นเวลา 25 ปี คุณจะได้รับเงิน 5 ล้านบาท เท่ากับจำนวนเงินเริ่มต้นของคุณ จำนวนดังกล่าวเพียงพอที่จะเริ่มแผนการหารายได้สายใหม่ อีกแผน ในกรณีที่คุณอยู่ไม่ถึง 25 ปีหลังการเกษียณ เมื่อคุณเสียชีวิตลง สินทรัพย์ที่มีเหลือยังคงส่งต่อไปเป็นมรดกแก่ลูกหลานได้
สิ่งหนึ่งที่ควรจะคำนึงถึงคือความเสี่ยงและผลตอบแทนมักจะมาควบคู่กัน คุณพลาดสิ่งหนึ่งอีกสิ่งหนึ่งคุณก็จะพลาดไปด้วย ที่สำคัญกว่านั้น ความเสี่ยงจากการลงทุนไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องเสียเงินต้นไปด้วย แต่หมายความถึงความผันผวนเท่านั้นเอง ตัวอย่างเช่น เป็นปกติที่ราคาหุ้นหรือสินค้าโภคภัณฑ์ เช่นราคาทองคำ และน้ำมันขึ้นลงอย่างแรงในบางเวลา
แต่ตราบใดที่คุณลงทุนในระยะยาวและมั่นใจว่า Portfolio ของคุณมีความหลากหลายดีแล้ว คุณควรที่จะผ่านความผันผวนในระยะสั้นไปได้และรางวัลก็คือผลตอบแทนที่สูงกว่าในระยะยาว สุดท้ายนี้อย่าลืมว่า การเกษียณอายุที่สบายเริ่มต้นจากการวางแผนที่ดี







