
ทันสถานการณ์
เดินหน้าสมาร์ทฟาร์มเมอร์
เดินหน้าสมาร์ทฟาร์มเมอร์
นายวิจักร อากัปกริยา อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้เสนอของบประมาณประจำปี 2557 สำหรับโครงการสมาร์ทฟาร์มเมอร์จำนวน 31 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายที่จะใช้ในการอบรมครูบัญชีจำนวน 1 แสนคน ในกลุ่มพืช ปศุสัตว์ ประมง และเกษตรผสมผสาน สำหรับไปอบรมเกษตรกรให้ทำบัญชีครัวเรือน เพื่อให้ทราบถึงต้นทุนการผลิตของเกษตรกรเอง และนำมาสู่การลดต้นทุนการผลิตได้
ทั้งนี้ ในการส่งเสริมครูบัญชีเพื่ออบรมให้เป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์นั้น จะเน้นให้ความรู้ผ่านสถาบันเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากจะสามารถเข้าถึงเกษตรกรได้จำนวนมากกว่าที่จะเข้าไปสอนเป็นรายบุคคล แต่อุปสรรคสำคัญคือการทำความเข้าใจระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างบูรณาการและบรรลุเป้าหมาย เนื่องจากพบว่าในหลายพื้นที่เจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เองยังเข้าใจในเรื่องนี้ไม่ตรงกัน
อย่างไรก็ตาม หากโดนรัฐสภาปรับลดงบที่ขอไป กรมจะไปใช้วิธีการปรับลดสัดส่วนการอบรมครูบัญชีจากแผนงานปกติที่จัดปีละ 2 แสนคน เข้ามาใช้ในส่วนนี้เพื่อคงจำนวน 1 แสนคน นับตั้งแต่ปี 25482556 กรมมีเป้าหมายอบรมครูบัญชี 5.6 ล้านคน ปัจจุบันอบรมได้ 2.6 ล้านคน
มัลดีฟส์หนุนพลังงานแสงอาทิตย์
น.ส.วันดี กุญชรยาคง ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี กล่าวว่า มัลดีฟส์ถือเป็นตลาดใหม่สำหรับธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ เนื่องจากปัจจุบันมัลดีฟส์ผลิตกระแสไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลเป็นหลัก ซึ่งเป็นต้นทุนที่สูงมาก เพราะต้องนำเข้าน้ำมันดีเซลจากต่างประเทศ 100% และยังปล่อยมลพิษสูง รัฐบาลจึงมีนโยบายจะผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยตั้งเป้าจะให้มีการผลิตในสัดส่วน 90% ในปี 2563 ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีของธุรกิจไทย
ทั้งนี้ มัลดีฟส์มีประชากร 3.6 แสนคน แต่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศปีละ 1.2 ล้านคน ความต้องการใช้ไฟฟ้าจึงสูงขึ้นต่อเนื่อง รัฐบาลให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ลงทุน โดยให้ขายไฟฟ้าเข้าระบบในราคา 25 เซนต์ หรือ 7.50 บาทต่อหน่วย ซึ่งจะรับซื้อทั้งหมด และมีระบบสายส่งรองรับ
ชาวสวนยางเซ็งโดนทิ้ง
นายบุญส่ง นับทอง แกนนำเกษตรกรในฐานะกรรมการในคณะกรรมการบริหารกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (ก.ส.ย.) กล่าวว่า กรณีที่พรรคเพื่อไทยขอปรับงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาดูแลงานด้านข้าวเพียงเรื่องเดียว โดยไม่สนใจที่จะดูแลยางพาราต่อทั้งที่ได้ทำโครงการรักษาเสถียรภาพราคายางพาราใช้เงินซื้อยางไปกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท แสดงให้เห็นว่าไม่มีความจริงใจที่จะช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางอย่างแท้จริง ซึ่งขณะนี้เมื่อพรรคชาติไทยพัฒนาเข้ามาดูแลก็ยังไม่ทราบว่าจะมีนโยบายอย่างไรกับสต๊อกที่ซื้อไว้กว่า 2 แสนตัน และราคายางเริ่มดิ่งลง ล่าสุดอยู่ที่ 77 บาทต่อกิโลกรัม
“รัฐบาลนี้ให้คนของพรรคมาเป็นรัฐมนตรีดูแลด้านยางพาราต่อเนื่อง 2 คน คือ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร โดยประกาศว่าจะพัฒนาวงการยางพารา นายกรัฐมนตรีบินไปมาเลเซีย ประกาศจะดันเมืองยางหรือโครงการรับเบอร์ซิตี้ หาเสียงไปทั่วภาคใต้ วันนี้พิสูจน์แล้วว่าเป็นการพูดแบบขอไปที เพราะ รมช.คนใหม่ไม่ขอดูเรื่องยางอีก ทั้งที่ยางพาราทำรายได้เข้าประเทศมหาศาล แต่อาจเพราะมีเกษตรกรน้อยเลยไม่สนใจ” นายบุญส่ง กล่าว
นายวราเทพ รัตนากร รมช.เกษตรและสหกรณ์คนใหม่ กล่าวว่า ไม่ได้รับหน้าที่มาดูแลงานยาง เพราะนายกฯ ให้มาดูแลงานด้านข้าว จึงไม่ได้หารือกับ รมว.เกษตรฯ เพื่อขอดูแลงานด้านนี้ต่อ







