
ยุโรปกับวิกฤตหลุมดำทางการเงิน
ราคาทองคำเคลื่อนตัวระหว่าง 1,200-1,270 เหรียญสหรัฐ ทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,208.21 เหรียญสหรัฐ และปิดตลาด COMEX ที่ระดับ 1,212.7 เหรียญสหรัฐ ตอบรับตัวเลขภาคแรงงานของสหรัฐในคืนวันศุกร์ที่ออกมาดีขึ้น โดยเฉพาะตัวเลข NonFarm Payroll ออกมาดีขึ้น จากเดิม 175,000 ตำแหน่ง และจากคาดการณ์ 163,000 ตำแหน่ง ออกมาที่ระดับ 195,000 ตำแหน่ง ส่วนตัวเลข Unemployment Rate ออกมาเท่าเดิมที่ระดับ 7.6%
ราคาทองคำเคลื่อนตัวระหว่าง 1,200-1,270 เหรียญสหรัฐ ทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,208.21 เหรียญสหรัฐ และปิดตลาด COMEX ที่ระดับ 1,212.7 เหรียญสหรัฐ ตอบรับตัวเลขภาคแรงงานของสหรัฐในคืนวันศุกร์ที่ออกมาดีขึ้น โดยเฉพาะตัวเลข NonFarm Payroll ออกมาดีขึ้น จากเดิม 175,000 ตำแหน่ง และจากคาดการณ์ 163,000 ตำแหน่ง ออกมาที่ระดับ 195,000 ตำแหน่ง ส่วนตัวเลข Unemployment Rate ออกมาเท่าเดิมที่ระดับ 7.6%
อย่างไรก็ดี ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มาริโอ ดรากี ประธานอีซีบี ได้แถลงว่าอีซีบีจะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิมที่ระดับ 0.50% และมีการกล่าวว่า “อัตราดอกเบี้ยจะยังคงอยู่ในระดับต่ำต่อไปในระยะยาว” ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ทางฝั่งยุโรปยังไม่พ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจการเงิน ซึ่งโปรตุเกสจะมีการเลือกตั้งใหม่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยจะต้องดูและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่าประเทศโปรตุเกสหรือกรีซจะมีทางออกอย่างไร เพื่อจะไม่ให้เกิด “หลุมดำทางการเงิน”
เมื่อเปรียบเทียบกับทางสหรัฐอเมริกาแล้ว จะเห็นได้ว่าทางสหรัฐอเมริกามีทางออกที่ชัดเจนและอัตราการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ดูเหมือนจะดีขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขการขายรถและการขายบ้านที่ออกมาดีขึ้น ดังนั้นเศรษฐกิจยุโรปยังน่าจะคงสภาพหลุมดำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีมาตรการอะไรที่เป็นยาขนานแรงเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหานี้ต่อไป
อย่างไรก็ตาม การประกาศตัวเลขจากฝั่งสหรัฐอเมริกา เรียกได้ว่า เป็นการประกาศตัวเลขการจ้างงานครั้งแรก หลังจากที่ เบน เบอร์แนนคี ประธานเฟด ได้แถลงการประชุมเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า “มีความเป็นไปได้ที่เฟดจะตัดสินใจชะลออัตราการเข้าซื้อพันธบัตรจำนวน 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน หรือที่เรียกกันว่า QE 3 ในปลายปีนี้ หากว่าตัวเลขภาคแรงงานออกมาดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง” นอกจากนี้ ประธานเฟดยังได้ออกมากล่าวเตือนว่า อัตราคนว่างงานที่ระดับ 6.5% เป็นเพียงเป้าหมายที่กำหนดไว้เท่านั้น ไม่ใช่เกณฑ์การประเมินที่แท้จริง
จึงทำให้มีหลายฝ่ายคาดการณ์กันว่า QE อาจจะสิ้นสุดก่อนที่อัตราคนว่างงานจะออกมาที่ระดับ 6.5% หรือระดับ 7% โดยประมาณ ซึ่งผลการประกาศตัวเลขจริงที่ออกมาในคืนวันศุกร์ก็ออกมาที่ระดับ 7.6% ซึ่งใกล้เคียงกับระดับดังกล่าวที่เฟดตั้งไว้ และตัวเลข NonFarm Payroll ก็ปรับตัวออกมาดีขึ้น นั่นหมายความว่า ตลาดแรงงานสหรัฐกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง จึงส่งผลให้เกิดความกังวลว่าเฟดอาจจะชะลอมาตรการ QE ในเดือน ก.ย.นี้ อันจะเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาทองคำได้
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในสัปดาห์นี้ คาดว่าราคาทองคำจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,2001,270 เหรียญสหรัฐ โดยจะมีแนวรับสำคัญอยู่ที่ระดับ 1,200 เหรียญสหรัฐ







