
ครึ่งปีกองทุนหุ้นแจกกำไรทองดิ่ง
บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี สิ้นสุดวันที่ 28 มิ.ย. 2556 กองทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดในแต่ละกลุ่มพบว่า กองทุนหุ้นให้ผลตอบแทนสูงสุดเมื่อเทียบการลงทุนในประเภทอื่นๆ โดยกองทุนหุ้นที่ลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิก ยกเว้น ญี่ปุ่น ให้ผลตอบแทนสูงสุดอยู่ในอัตรา 23.17% ขณะที่กองทุนทองคำติดลบ 22.76%
บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี สิ้นสุดวันที่ 28 มิ.ย. 2556 กองทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดในแต่ละกลุ่มพบว่า กองทุนหุ้นให้ผลตอบแทนสูงสุดเมื่อเทียบการลงทุนในประเภทอื่นๆ โดยกองทุนหุ้นที่ลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิก ยกเว้น ญี่ปุ่น ให้ผลตอบแทนสูงสุดอยู่ในอัตรา 23.17% ขณะที่กองทุนทองคำติดลบ 22.76%
กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อินเตอร์เนชั่นแนล อาเซียน สตาร์ 10 ซึ่งมีนโยบายการลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยไม่ลงทุนตลาดหุ้นไทย ให้ผลตอบแทนสูงสุด 23.17% จากจำนวนทั้งหมด 39 กองทุน โดยกองทุนเปิดทหารไทย ไชน่า อิควิตี้ อินเด็กซ์ ติดลบมากสุด 17.77%
สำหรับการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก จากจำนวนกองทุนทั้งหมด 29 กองทุน พบว่า กองทุนเปิดแอสเซทพลัส นิปปอน โกรท ซึ่งเป็นกองทุนเดียวที่ลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่น ให้ผลตอบแทน 19.58% ขณะที่กองทุนเคแทม เวิลด์ เมทัล แอนด์ ไมน์นิ่ง ติดลบ 33.53%
ขณะที่กองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นไทย ทั้งที่ลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ (EQ General) และหุ้นขนาดกลางและเล็ก (EQ Large Cap) ให้ผลตอบแทนค่อนข้างดี เมื่อเทียบกับผลตอบแทนของดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งรวมเงินปันผล (SET TR) ในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 6.31% และดัชนีตลาดหลักทรัพย์ (SET PR) อยู่ที่ 4.31% เท่านั้น
กองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นขนาดกลางและเล็กให้ผลตอบแทนเหนือกว่ากองทุนที่ลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ โดยกองทุนที่ลงทุนในหุ้นขนาดกลางและเล็กจากทั้งหมด 39 กองทุนพบว่า กองทุนเปิดไทยแวลู โฟกัส อิควิตี้ ปันผลให้ผลตอบแทนสูงสุด 19.30% โดยมีเพียง 3 กองทุนที่ผลงานติดลบ
ขณะที่กองทุนที่ลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด คือ กองทุนเปิดเพิ่มพูนทรัพย์ปันผล อยู่ที่ 18.85% จากจำนวนทั้งหมด 166 กองทุนและในกลุ่มนี้มีเพียง 2 กองทุนเท่านั้นที่ผลตอบแทนติดลบ
สำหรับกองทุนที่ลงทุนในตลาดหุ้นเกิดใหม่ พบว่า กองทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด คือ กองทุนเปิดเคมีน่า หุ้นทุน อยู่ที่ 8.57% และเป็นกองทุนเดียวจากทั้งหมด 13 กองทุนที่มีผลตอบแทนเป็นบวก โดยกองทุนเปิดกรุงศรี ลาติน อเมริกา อิควิตี้ ติดลบสูงสุด 16.04%
ด้านกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในกองทุนต่างประเทศประเภทกองทุนผสม มีเพียง 4 กองทุน จากทั้งหมด 15 กองทุนที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวก โดยกองทุนเปิดกรุงศรี โอเรียนทัล เฟล็กซิเบิ้ล ผลตอบแทนสูงสุด 5.81% ส่วนกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อินเตอร์เนชั่นแนล เทน ติดลบสูงสุด 11.49%
สำหรับกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ทั่วโลก จากทั้งหมด 20 กองทุน มีเพียงกองทุนเปิดแอสเซทพลัส พรีเมี่ยม ดิวิเดนด์ ที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวกอยู่ที่ 3.17% โดยกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ โกลบอล บอนด์ ติดลบสูงสุดอยู่ที่ 11.47%
กองทุนที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่ทั้งหมด 8 กองทุน พบว่า กองทุนเปิดยูโอบี มิดเดิ้ล อีสท์ บอนด์ ผลตอบแทนเป็นบวกอยู่กองเดียว อยู่ที่ 2.26% ขณะที่กองทุนที่ติดลบสูงสุดอยู่ที่ 16.09% เป็นของกองทุนเปิดกรุงศรี อีเมอร์จิ้ง โลคอล อินเวสเม้นท์
ด้านกองทุนน้ำมันทั้งหมดจำนวน 10 กองทุน พบว่า กองทุนเปิดเค ออยล์ ให้ผลตอบแทนสูงสุดอยู่ที่ 1.68% โดยกองทุนเปิดวรรณ ออยล์ ดิวิเดนด์ ผลตอบแทนเป็นอันดับสุดท้าย ติดลบ 2.43%
สำหรับกองทุนทองคำมีผลงานแย่สุดในรอบครึ่งปีแรก โดยจากทั้งหมด 40 กองทุน พบว่า กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อินเตอร์เนชั่นแนล โกลด์ สปอท 7 ซีรี่ส์ 3 ผลตอบแทนติดลบน้อยสุดอยู่ที่ 22.76% ขณะที่กองทุนเปิดเคแทม โกลด์ ติดลบมากสุด 27.93%







