posttoday
ซื้อสินค้าในภาวะเศรษฐกิจไม่ดี

ซื้อสินค้าในภาวะเศรษฐกิจไม่ดี

08 กรกฎาคม 2556

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ดิฉันไปอ่านเจอบทความในหน้าหนังสือพิมพ์อยู่สองบทความ ทั้งที่มีความน่าสนใจและก็มีความขัดแย้งกันอยู่บ้างเล็กน้อย จึงอยากหยิบยกมาเล่าสู่ให้กับคุณผู้อ่านได้อ่านกันในฉบับนี้ค่ะ

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ดิฉันไปอ่านเจอบทความในหน้าหนังสือพิมพ์อยู่สองบทความ ทั้งที่มีความน่าสนใจและก็มีความขัดแย้งกันอยู่บ้างเล็กน้อย จึงอยากหยิบยกมาเล่าสู่ให้กับคุณผู้อ่านได้อ่านกันในฉบับนี้ค่ะ

บทความแรกเป็นผลสำรวจของนีลเส็น บริษัทวิจัยการตลาดชื่อดังระดับโลก ที่พบว่านักช็อปชาวเอเชียมีพฤติกรรมชอบใช้เงินไปกับการจับจ่ายซื้อสินค้าที่มียี่ห้อ (แบรนด์เนม) มากกว่านักช็อปจากภูมิภาคอื่น แม้ว่าเงินที่ใช้ไปนั้นจะหามาด้วยความยากลำบากก็ตามที

ส่วนอีกบทความหนึ่ง เป็นเรื่องของผลที่เกิดขึ้นกับนโยบายรถยนต์คันแรก ที่รัฐบาลหมายมั่นปั้นมือว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่กลับกลายเป็นว่าคนที่ซื้อรถต้องมีภาระผ่อนจ่ายค่างวด จนไม่มีกำลังพอจะไปจับจ่ายซื้อสินค้าอื่นได้อีก การใช้จ่ายในชีวิตประจำวันชักหน้าไม่ถึงหลัง บางคนถึงกับต้องมอบคืนรถยนต์ที่เพิ่งซื้อมา จนทำให้แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจหยุดชะงักและถดถอยลง

คุณผู้อ่านสงสัยกันบ้างมั้ยคะว่า ในเมื่อเศรษฐกิจไม่ดีแล้วหรือบางคนมีเงินอยู่อย่างจำกัด ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงยังได้มีพฤติกรรมชอบซื้อสินค้าแบรนด์เนม หรือสินค้าที่ก่อให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายมากกว่าที่จะเป็นทรัพย์สินที่สร้างรายได้ หรือก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มในอนาคต อย่างเช่น รถยนต์ ที่มีบางคนอาจจะพากันซื้อในจังหวะที่รัฐบาลคืนภาษีให้ เพียงเพื่ออวดญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง ทั้งที่ปกติตนเองก็ไม่ค่อยได้ใช้รถ แถมยังมีภาระหนี้สินที่ต้องผ่อนซื้อสินค้าที่จำเป็นต่างๆ อีกมากมาย

ซึ่งในมุมมองของดิฉันเองที่เป็นเช่นนี้ ก็อาจเป็นเพราะสินค้าแต่ละชิ้นประกอบด้วยคุณประโยชน์สองด้านเสมอ ทั้งด้านที่เป็นประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้สินค้านั้นโดยตรง หรือเป็นสินค้าที่มีความจำเป็น (Functional Benefits) และประโยชน์ที่ได้รับทางด้านจิตใจ หรือใช้อารมณ์ความรู้สึก (Emotional Benefits)

การตัดสินใจของผู้บริโภคทุกวันนี้ ประโยชน์ทางด้านอารมณ์และความรู้สึกมักมีอิทธิพลและกำหนดพฤติกรรมในการซื้อมากกว่าเหตุผลและความจำเป็น จึงทำให้เราตัดสินใจผิดพลาด หรือก็ซื้อสินค้านั้นมาโดยไม่จำเป็น หรือไม่เหมาะสมกับตัวเราเองบ่อยครั้ง

นักการตลาดจึงมักอาศัยประโยชน์จากพฤติกรรมนี้ ในการสร้างกลยุทธ์การตลาดที่มุ่งเน้นเข้าถึงอารมณ์และความรู้สึกของลูกค้า และพยายามสร้างความภักดีให้กับแบรนด์สินค้า (Brand Loyalty) รณรงค์ส่งเสริมให้ผู้บริโภคเสพติดกับภาพลักษณ์และความเป็นอัตลักษณ์มากกว่าประโยชน์ใช้สอยที่แท้จริงแต่เพียงอย่างเดียวเหมือนกลยุทธ์การตลาดในอดีตที่ผ่านมา

ดังนั้น ดิฉันจึงอยากเตือนสติและให้ข้อคิดกับผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ที่กำลังจะซื้อสินค้าอะไรก็ตามแต่ ควรพึงระมัดระวังไม่ให้การตัดสินใจซื้อสินค้านั้น เกิดขึ้นจากอารมณ์ ความรู้สึก หรือผู้คนรอบข้างแต่เพียงอย่างเดียวนะคะ ยิ่งในภาวะเศรษฐกิจไม่ดีหรือมีเงินอยู่อย่างจำกัดแบบยุคนี้ ผู้บริโภคยิ่งควรเลือกซื้อสินค้าที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันก่อน และไม่ก่อให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายที่เกินตัว

ยิ่งถ้าหากเป็นทรัพย์สินที่สามารถสร้างรายได้ หรือก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มในอนาคตได้ ก็ยิ่งน่าจะเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคในยุคนี้ควรจะให้ความสำคัญมาก่อนสินค้าประเภทเป็นแต่ค่าใช้จ่ายอย่างเดียวนะคะ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ