
บูมธุรกิจสุขอนามัย
‘คิมเบอร์ลี่ย์คล๊าค’ เปิดแผนรุกเออีซีชูบริการครบวงจรหวังขยายฐานลูกค้าเพิ่ม
‘คิมเบอร์ลี่ย์คล๊าค’ เปิดแผนรุกเออีซีชูบริการครบวงจรหวังขยายฐานลูกค้าเพิ่ม
คิมเบอร์ลี่ย์คล๊าคบุกธุรกิจกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขอนามัยบุกอาเซียน ชูบริการครบวงจรเจาะโรงงานสถานบริการขานรับเปิดเออีซี
นายกรัณย์ แสงไฟ ผู้อำนวยการและผู้จัดการทั่วไป กลุ่มสินค้าเพื่อธุรกิจคิมเบอร์ลี่ย์คล๊าค โปรเฟสชันแนล บริษัท คิมเบอร์ลี่ย์คล๊าค ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัย เปิดเผยว่า บริษัทได้วางแผนรุกกลุ่มธุรกิจเพื่อสุขอนามัยมากขึ้น ซึ่งเป็นธุรกิจกลุ่มใหม่ที่เข้ามาสร้างการเติบโตและต่อยอดจากธุรกิจกระดาษชำระสก๊อตต์และคลีเน็กซ์
สำหรับกลุ่มธุรกิจเพื่อสุขอนามัย แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มสินค้ายี่ห้อสก๊อตต์ คิมแคร์ ซึ่งมีกระดาษชำระ กระดาษเช็ดหน้า เจาะกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปในสัดส่วน 60% 2.กลุ่มผลิตภัณฑ์เช็ดทำความสะอาดในงานอุตสาหกรรมยี่ห้อไวป์ออล และ 3.กลุ่มผลิตภัณฑ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลยี่ห้อคลีนการ์ด แจ็คสัน และคิมเท็กซ์ เจาะกลุ่มสถานประกอบการ 40%
ทั้งนี้ ช่วง 34 ปีที่ผ่านมาบริษัทได้ดำเนินธุรกิจเพื่อสุขอนามัย ซึ่งยังไม่ได้ทำตลาดอย่างจริงจัง แต่เนื่องจากบริษัทเล็งเห็นถึงศักยภาพของตลาดและการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สำนักงาน โรงงาน และธุรกิจเพื่อสุขภาพ จากการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 จึงเป็นโอกาสขยายตลาดเพิ่มขึ้น
“ที่ผ่านมาโรงงานอุตสาหกรรมในอาเซียนรวมทั้งไทยยังใช้ผ้าขี้ริ้วเช็ดหรือทำความสะอาดเครื่องจักร เมื่อเทียบกับในยุโรปหรือประเทศที่พัฒนาแล้ว จะใช้กระดาษทำความสะอาดเฉพาะด้าน ซึ่งข้อดีย่อยสลายได้ง่าย ลดการสูญเสีย และทำให้อุตสาหกรรมมีต้นทุนการย่อยสลายที่น้อย” นายกรัณย์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม จากนี้ไปบริษัทจะมุ่งเน้นการขยายธุรกิจเจาะตลาดลูกค้าองค์กรภายใต้การมุ่งนำเสนอในการบริการอย่างครบวงจร และกลยุทธ์การตลาดมุ่งเน้นการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของโรงงานอุตสาหกรรม เจาะตลาดไทย กัมพูชา ลาว และกำลังศึกษาเปิดตลาดที่เวียดนาม
ขณะที่ภาพรวมผลิตภัณฑ์กลุ่มอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยมูลค่า 5,000 ล้านบาท และกระดาษชำระมูลค่า 4,000 ล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 10% ทุกปี ปกติจะเติบโต 10% แต่หากธุรกิจขยายตัวมากขึ้น คาดว่าตลาดจะเติบโตมากกว่า 10% โดยในช่วงครึ่งปีหลังนี้ กลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร ค้าปลีก จะเป็นกลุ่มที่เติบโตทำให้ตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัยเติบโตขึ้น
นายกรัณย์ กล่าวว่า ธุรกิจของบริษัทจะเน้นจำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่าย ซึ่งในไทยมีราว 70 ราย และเป็นรูปแบบขายตรง 23%ครึ่งปีแรกยอดขายของบริษัทเติบโตตามเป้าหมายและคาดว่าช่วงครึ่งปีหลังนี้จะเติบโตมากกว่าในช่วงครึ่งปีแรก โดยปัจจุบันบริษัทเป็นผู้นำในตลาดกระดาษชำระโดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่า 50%คิมเบอร์ลี่ย์เป็นผู้นำตลาดกระดาษชำระ มีส่วนแบ่งมากกว่า 50%







