
สุรปีชา ลิมกาญจนโกวิท เชื่อม 3 จิ๊กซอว์สร้างเอ็มเปย์โฉมใหม่
ลองคิดดูว่า ถ้ามีเวอร์ชวลเดบิตการ์ด หรือบัตรเดบิตเสมือนจริงอยู่ในมือถือ สามารถจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าและบริการออนไลน์ได้อย่างอิสระเท่าจำนวนเงินที่เติมเข้าไป
โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์
ลองคิดดูว่า ถ้ามีเวอร์ชวลเดบิตการ์ด หรือบัตรเดบิตเสมือนจริงอยู่ในมือถือ สามารถจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าและบริการออนไลน์ได้อย่างอิสระเท่าจำนวนเงินที่เติมเข้าไป โดยการเติมเงินก็ทำผ่านระบบมือถือเพียงโอนเงินจากบัญชีธนาคารเข้าไปในกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ และยังโอนเงินไปให้เพื่อนทางหมายเลขโทรศัพท์ได้ด้วย ที่สำคัญทั้งหมดเกิดขึ้นบนมือถือขณะที่กำลังนั่งสบายอยู่ที่บ้าน เสมือนมีผู้ให้บริการทางการเงินอยู่ในมือ
สุปรีชา ลิมปิกาญจนโกวิท กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอดวานซ์ เอ็มเปย์ กล่าวถึงภาพที่จะเกิดขึ้นกับเอ็มเปย์ช่วงปลายปีนี้ ขณะนี้ได้วางระบบไว้แทบจะ 100% แล้ว เหลือเพียงช่วงทดสอบระบบเพื่อสร้างความมั่นใจว่าลูกค้าจะได้บริการที่สมบูรณ์ และรอกฎระเบียบของทางราชการที่จะปลดล็อกข้อจำกัดการให้บริการบางจุดเท่านั้น ซึ่งหากย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้น บริการทั้งหมดเกิดขึ้นจากจิ๊กซอว์ 3 ตัว ที่ประกอบขึ้นเป็นวิสัยทัศน์ของเอ็มเปย์
ส่วนประกอบแรก คือ บริการออนไลน์ เป็นที่รู้กันว่าอีคอมเมิร์ซมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด และเพื่อให้เอ็มเปย์สามารถตอบรับการเติบโตนี้ จึงได้ร่วมมือกับมาสเตอร์การ์ด กลายเป็น เอ็มเปย์ มาสเตอร์การ์ด นั่นคือร้านค้าออนไลน์ไหนที่รับระบบของมาสเตอร์การ์ด ก็จะใช้บริการเอ็มเปย์ได้เช่นเดียวกัน เพียงลงทะเบียนผูกบัญชีธนาคารไว้กับเอ็มเปย์ ก็จะมีเวอร์ชวลเดบิตการ์ดในสมาร์ทโฟนขึ้นมาทันที
“ใครก็ตามที่มีบัญชีธนาคารแต่ไม่มีรายได้พอจะทำบัตรเครดิตได้ หรือมีบัตรเครดิตแต่ต้องการมีบัตรเดบิตเสมือนไว้ใช้ในโลกออนไลน์ เป็นกลุ่มเป้าหมายของเอ็มเปย์ทั้งหมด หลักการคือโอนเงินจากบัญชีธนาคารเข้าไปในระบบเอ็มเปย์ ซึ่งโอน 5 ครั้งแรกไม่เสียค่าธรรมเนียม หลังจากนั้นเสีย 10 บาทต่อครั้ง เท่านี้ก็ใช้ซื้อสินค้าและบริการออนไลน์ในประเทศไทยได้ทั้งหมด” สุปรีชา กล่าว
สำหรับระบบออนไลน์เสร็จสมบูรณ์แล้ว ติดเพียงข้อจำกัดด้านใบอนุญาตการเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่จำกัดให้ผู้ให้บริการอีเพย์เมนต์ ในไทยให้บริการได้เฉพาะสกุลเงินบาทภายในประเทศเท่านั้น ดังนั้นจึงต้องรอการพิจารณาประกาศใบอนุญาตใหม่ที่จะขยายกรอบการให้บริการรองรับเงินสกุลอื่นๆ ได้ทั่วโลก
จิ๊กซอว์ตัวที่ 2 คือ บริการออฟไลน์ ปัจจุบันเอ็มเปย์ได้ร่วมมือกับบัตรแรบบิทที่ใช้สำหรับรถไฟฟ้าบีทีเอส จะนำบัตรแรบบิทมาไว้ในสมาร์ทโฟนที่รองรับระบบ NFC หรือ Near Field Communication ซึ่งระบบเสร็จแล้วเช่นกัน และมีพนักงานเอไอเอสทดสอบใช้งานประมาณ 5,000 คน ซึ่งสามารถมั่นใจได้ในความปลอดภัยและสะดวกกว่า เพราะบัตรต้องเติมเงินที่สถานี เช็กยอดคงเหลือได้ยาก และอาจลืมหรือหายได้ แต่ถ้าเป็นสมาร์ทโฟน สามารถเติมเงินผ่านระบบเอ็มเปย์เข้าในบัตรแรบบิทได้ เช็กยอดคงเหลือ
ส่วนจิ๊กซอว์ตัวสุดท้าย คือ บริการโอนเงิน ระบบเสร็จไป 60-70% แล้ว เหลือเพียงการตัดสินใจว่าจะโอนข้ามค่ายมือถือได้หรือไม่ และรับเงินโอนจากต่างประเทศได้อย่างไร ซึ่งต้องรอใบอนุญาตเช่นเดียวกัน บริการนี้จะทำให้โอนเงินเข้าออกบัญชีตัวเองผ่านมือถือได้ โอนเงินหาผู้อื่นผ่านหมายเลขโทรศัพท์ได้ ขอเพียงมีเอ็มเปย์เหมือนกัน
เมื่อ 3 จิ๊กซอว์มาประสานกันอย่างลงตัว จะทำให้เห็นภาพเอ็มเปย์โฉมใหม่ที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ซึ่งคาดว่าปลายปีนี้บริการต่างๆ จะพร้อมเสิร์ฟถึงมือผู้ใช้เอไอเอส เพราะเอ็มเปย์เริ่มต้นจากการเป็นบริการพิเศษเพื่อลูกค้าเอไอเอส ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 50% อยู่แล้ว ถือว่ามีจำนวนผู้ใช้มากพอ







