
เฟดสวนทางธนาคารกลางอื่นที่ยังเน้นผ่อนคลายต่อไป
สัปดาห์นี้ทางสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบใกล้เคียงกับสัปดาห์ก่อนระหว่าง 30.90-31.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือว่าเป็นกรอบที่ยังอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่า เนื่องจากตลาดยังรอดูท่าทีจากเฟด เรื่องการชะลอมาตรการ QE หลังจากที่มีรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรในวันศุกร์ อย่างไรก็ดี การที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับต่ำ และคงมาตรการซื้อสินทรัพย์ไว้ที่ระดับเดิม ประกอบกับสวนทางกับเฟดที่มีการพูดถึงการชะลอมาตรการ QE แล้วนั้น ส่งผลให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐปรับแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักและสกุลเงินเอเชียส่วนใหญ่ด้วย
สัปดาห์นี้ทางสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบใกล้เคียงกับสัปดาห์ก่อนระหว่าง 30.90-31.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือว่าเป็นกรอบที่ยังอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่า เนื่องจากตลาดยังรอดูท่าทีจากเฟด เรื่องการชะลอมาตรการ QE หลังจากที่มีรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรในวันศุกร์ อย่างไรก็ดี การที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับต่ำ และคงมาตรการซื้อสินทรัพย์ไว้ที่ระดับเดิม ประกอบกับสวนทางกับเฟดที่มีการพูดถึงการชะลอมาตรการ QE แล้วนั้น ส่งผลให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐปรับแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักและสกุลเงินเอเชียส่วนใหญ่ด้วย
สัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของจีน ปรับตัวลดลงในเดือน มิ.ย. อยู่ที่ระดับ 50.1 (เทียบกับ 50.8 เดือน พ.ค.) โดยเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน ขณะที่ข้อมูลจาก HSBC อยู่ที่ 48.2 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือน ก.ย. 2555 โดยดัชนีที่ต่ำกว่าระดับ 50 บ่งชี้ถึงการหดตัวของกิจกรรมการผลิต
นอกจากนี้ ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง แสดงความเห็นว่า จีนจะไม่ดูเพียงแต่การขยายตัวของ GDP เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่จะให้ความสำคัญต่อดัชนีอื่นๆ ที่บ่งชี้ถึงความเป็นอยู่ของประชาชนจีนด้วย ยิ่งส่งผลให้ตลาดมีความกังวลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนตลอดจนเศรษฐกิจในภูมิภาคด้วย
สำหรับภาวะของหุ้นกู้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา หุ้นกู้ในตลาดแรกมีการออกขายหุ้นกู้กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ อายุ 1 ปี อัตราผลตอบแทน 5.2-5.30% จำนวนที่เสนอขาย 500 ล้านบาท และ 2,600 ล้านบาท และมีหุ้นกู้ในกลุ่มสื่อสาร อันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ BBB อายุ 4 ปี อัตราผลตอบแทน 5.5-5% เสนอขายทั้งสิ้น 11,213 ล้านบาท ซึ่งนักลงทุนทั่วไปให้ความสนใจอย่างมาก หุ้นกู้ตลาดรองที่มีปริมาณซื้อขายกันส่วนใหญ่ในสัปดาห์นี้เป็นหุ้นกู้อายุประมาณ 1-3 เดือน อันดับความน่าเชื่อถือ AAA อัตราผลตอบแทนที่ซื้อขายปรับตัวสูงขึ้น 3-4 bps และกลุ่มอายุ 6-12 เดือน อันดับความน่าเชื่อถือ AA และ A อัตราผลตอบแทนปรับสูงขึ้น 5-7 bps ส่วนกลุ่มอายุ 2-3 ปี อันดับความน่าเชื่อถือ AA+ อัตราผลตอบแทนที่ซื้อขายปรับตัวสูงขึ้น3-5 bps
ค่าเงินบาท ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเปิดตลาดที่ 30.90 และปรับอ่อนค่าในระหว่างสัปดาห์ ปัจจัยในประเทศที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การประชุมนโยบายการเงิน โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมาความเห็นจาก กนง.สองท่าน โดยนายณรงค์ชัย อัครเศรณี แสดงความเห็นว่า ค่าเงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในช่วง 3031 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ตามแรงดันเงินทุนเคลื่อนย้าย ขณะที่นายศิริ การเจริญดี มองว่าเศรษฐกิจไทยน่าชะลอตัวลงในครึ่งหลังของปีตามภาวะเศรษฐกิจโลก และนโยบายด้านดอกเบี้ยจะให้ความสำคัญมากขึ้นต่อการจัดการด้านสภาพคล่อง ณ วันศุกร์ ค่าเงินบาท อยู่ที่ระดับ 31.10 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
ค่าเงินยูโร เปิดตลาดที่ระดับ 1.3005 และเคลื่อนไหวอ่อนค่าจากสัปดาห์ก่อน
อย่างไรก็ดี หลังจากการประชุมนโยบายการเงิน มาริโอ ดรากี ประธานอีซีบี ส่งสัญญาณว่าอีซีบีจะรักษาอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำในปัจจุบัน และอาจลดอัตราดอกเบี้ยลงไปอีกในระยะเวลาต่อไป เพื่อช่วยเหลือการเติบโตทางเศรษฐกิจ ตรงกันข้ามกับเฟดที่เริ่มพูดถึงการชะลอมาตรการ QE ส่งผลให้เงินยูโรปิดอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเหรียญ และลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบห้าสัปดาห์ ปิดตลาดที่ระดับ 1.288 ยูโรต่อเหรียญสหรัฐ
ค่าเงินเยน เปิดตลาดที่ระดับ 99.25 และเคลื่อนไหวในกรอบที่อ่อนค่าจากสัปดาห์ก่อนหน้า ปิดตลาดที่ 100.02 เยนต่อเหรียญสหรัฐ







