
กลางสัปดาห์ระวังผลประชุมเฟดย้อนหลัง
ทิศทางตลาดหุ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาชะลอตัวลงตลอดสัปดาห์ โดยตลาดสัปดาห์ที่ผ่านมาจับตาข้อมูลสำคัญปลายสัปดาห์ทั้งผลการประชุม ECB
ทิศทางตลาดหุ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาชะลอตัวลงตลอดสัปดาห์ โดยตลาดสัปดาห์ที่ผ่านมาจับตาข้อมูลสำคัญปลายสัปดาห์ทั้งผลการประชุม ECB ในวันพฤหัสบดีและตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในคืนวันศุกร์ โดยผลการประชุม ECB ได้ส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยต่ำอีกระยะหนึ่งและส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย ทำให้ตลาดหุ้นยุโรปกลับมาปรับตัวขึ้นแรงปลายสัปดาห์ หลังจากก่อนหน้านี้ตลาดหุ้นยุโรปมีแรงเทขายแรงจากความกังวลทางการเมืองในยุโรป หลังจาก รมว.ต่างประเทศโปรตุเกสลาออก อย่างไรก็ตาม หุ้นไทยได้รับแรงหนุนจากหุ้นราคาน้ำมัน หลังมีความวุ่นวายทางการเมืองในอียิปต์ หุ้นกลุ่มพลังงานมีแรงซื้อเข้ามาหนาแน่นต่างกับหุ้นกลุ่มธนาคารที่เทขาย โดยแรงซื้อของต่างชาติลดลงไปและกลับมาขายสุทธิในสัปดาห์ที่ผ่านมา
ทิศทางในสัปดาห์นี้คาดว่ายังเป็นการแกว่งตัวอิงการปรับตัวขึ้น แต่กลางสัปดาห์อาจจะมีความเสี่ยงให้ตลาดอ่อนตัวลงได้จากรายงานการประชุมเฟดย้อนหลัง หรือ FOMC Minutes ที่จะรายงานในคืนวันพุธที่ 10 ก.ค. ซึ่งหากกรรมการเฟดส่งสัญญาณลดปริมาณการซื้อพันธบัตรที่ชัดเจนจะส่งผลต่อจิตวิทยาการลงทุนได้ อย่างไรก็ตาม ยังคงเชื่อว่าระดับ SET Index ที่ปัจจุบันได้สะท้อนปัจจัยลบเรื่องการถอน QE ออกไปในระดับหนึ่งแล้ว ทำให้การอ่อนตัวลงยังไม่อยู่ในระดับที่สูงมากนัก ส่วนทิศทางเทคนิคหากตลาดยังไม่กลับมาอ่อนตัวลงต่ำกว่า 1,410 และ 1,390 จุด การพักฐานยังไม่นาน
ด้านปัจจัยพื้นฐานของตลาดหุ้นไทยในกรณีที่แย่ ที่ระดับ PER 12 เท่าหรือระดับ SET Index 1,380 จุด เป็นระดับที่สะท้อนว่าไม่มี QE แล้ว เนื่องจากเป็นระดับที่ SET Index ซื้อขายก่อนที่จะมี QE3 ทำให้ระดับดังกล่าวยังเป็นระดับที่น่าสนใจในกรณีที่มีความกังวลในประเด็นนี้เข้ามาอีกครั้งและตลาดกลับมาปรับตัวลงแรง อย่างไรก็ตาม ในระยะกลางการที่ทาง ECB มีแนวโน้มที่จะลดดอกเบี้ยลงอีก 1 ครั้ง ในการประชุมครั้งถัดๆ ไป จะส่งผลให้การใช้นโยบายของทาง ECB มากกว่าทางเฟดที่กำลังทยอยถอน QE ออก ทำให้ภาพรวมดอลลาร์มีแนวโน้มแข็งค่า เมื่อเทียบกับยูโรและสกุลเงินในเอเชีย ในประเด็นนี้จะส่งผลให้เงินทุนในเอเชียไหลกลับเข้าสู่ทางตะวันตกอีกครั้งจากเงินสกุลเอเชียที่จะมีแนวโน้มอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ โดยรวมปัจจัยนี้จะเป็นปัจจัยที่ชะลอการขึ้นของตลาดหุ้นเอเชียรวมถึงหุ้นไทย
ส่วนประเด็นเรื่องราคาทองคำ ทองคำมีช่วงรีบาวด์ในสัปดาห์ก่อนตามที่ให้ข้อสังเกตไว้ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าแนวโน้มของดอลลาร์ที่มีโอกาสแข็งค่าในระยะกลางจะเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำในระยะสั้น ส่วนประเด็นเรื่องราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่องในสัปดาห์ที่ผ่านมาและมีแรงซื้อทองคำตามเข้ามา เราเชื่อว่าประเด็นในอียิปต์จะผ่อนคลายลงและราคาน้ำมันมีโอกาสกลับมาอ่อนตัวลงและกดดันราคาทองคำ ส่งผลให้ทิศทางระยะสั้นทองคำยังเป็นการแกว่งตัวสร้างฐาน ส่วนระยะกลางยาวยังไม่เหมาะกับการซื้อ เพื่อลงทุนเนื่องจากการทยอยลดการใช้นโยบายผ่อนคลายของเฟด จะส่งผลลบต่อทองคำโดยตรง
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้รอซื้อหุ้นช่วงปรับตัวลง หากยังไม่หลุดต่ำกว่าแนวรับที่ 1,410 และ 1,390 จุด แต่ให้ระมัดระวังช่วงกลางสัปดาห์จะมีการเปิดเผยผลการประชุมเฟดย้อนหลัง ยังคงแนะนำให้ซื้อช่วงอ่อนตัวเชื่อว่ายังเร็วเกินไปที่ตลาดจะปรับตัวลงมาระดับที่ไม่มี QE3 ตั้งแต่ตอนนี้







