
รับมือท่องเที่ยวบูม
ตำรวจท่องเที่ยวทุ่มงบ190ล้านเพิ่มกล้องซีซีทีวีดูแลความปลอดภัย
ตำรวจท่องเที่ยวทุ่มงบ190ล้านเพิ่มกล้องซีซีทีวีดูแลความปลอดภัย
ตำรวจท่องเที่ยวรับมือต่างชาติแห่เที่ยวไทย อัดงบ 190 ล้านบาท ติดกล้องซีซีทีวี 5 แหล่งฮิต
พล.ต.ต.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยว่า เตรียมใช้งบประมาณประจำปี 2557 จำนวน 190 ล้านบาท ติดตั้งกล้องวงจรปิดซีซีทีวีใน 5 จังหวัดท่องเที่ยวหลัก ได้แก่ จ.ภูเก็ต สมุย พัทยา หัวหิน และเชียงใหม่ เพื่อเพิ่มมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวตลอดระยะเวลาที่พักผ่อนในประเทศไทย
ทั้งนี้ การติดตั้งกล้องวงจรปิดในแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวคนไทยและชาวต่างชาติ ได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตลอด 24 ชั่วโมง โดยความเคลื่อนไหวและสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น จะเชื่อมโยงระบบข้อมูลร่วมกับภาคท้องถิ่น กรณีมีเหตุร้ายเกิดขึ้น ส่งผลให้การติดตามจับกุมเป็นไปด้วยความรวดเร็วยิ่งขึ้น
“โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งที่ตำรวจท่องเที่ยวปรับแผนกลยุทธ์การทำงาน เพื่อให้สอดคล้องกับกำลังพลที่มีอยู่อย่างจำกัดเพียงประมาณ 800 อัตรา เมื่อเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทย ซึ่งปัจจุบันมากกว่า24.5 ล้านคน การดูแลนักท่องเที่ยวจึงไม่สามารถทำได้อย่างทั่วถึง” พล.ต.ต.รอย กล่าว
นอกจากนี้ ได้เตรียมนำ License Plate Recognition Camera เทคโนโลยีการตรวจแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ผ่านกล้องวงจรปิด ตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถ ว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ โดยเทคโนโลยีดังกล่าวประเทศไทยได้นำมาใช้กับภาคการท่องเที่ยวเป็นแห่งแรกในแถบอาเซียน เพื่อเตรียมความพร้อมป้องกันการก่อเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยว โดยมองว่าภายหลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ปี 2558 ประชากรอาเซียนกว่า 600 ล้านคน จะเดินทางท่องเที่ยวระหว่างภูมิภาคอาเซียนในเส้นทางบกเพิ่มขึ้น
ด้าน พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รองผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว กล่าวว่า แผนกลยุทธ์ด้านการป้องกันและปราบปรามในปี 2557 เตรียมขยายเครือข่ายอาสาสมัครในท้องถิ่น โดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวหลัก เพื่อเป็นกำลังเสริมทำงานร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว
สำหรับความคืบหน้าในการจัดตั้งศาลท่องเที่ยวของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มองว่าตำรวจท่องเที่ยวควรมีอำนาจการสอบสวนผู้ต้องหาเพิ่มขึ้น จากการทำหน้าที่จับกุมและสืบสวนเท่านั้น เพื่อให้กระบวนการขั้นตอนพิจารณาของศาลที่เกี่ยวข้องกับคดีนักท่องเที่ยวต่างชาติ สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับแนวคิดการตั้งศาลฯ เพื่อย่นระยะเวลาการตัดสินคดีความ







