posttoday
แรงจูงใจ

แรงจูงใจ

05 กรกฎาคม 2556

รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ช่วงนี้ทั้งภาครัฐ และเอกชน ออกมาเคลื่อนไหวให้การสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี อย่างคึกคัก ทั้งกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ รวมถึงสถาบันการเงิน อย่างธนาคารต่างๆ ที่มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของเอสเอ็มอีที่แตกต่างกัน

รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ช่วงนี้ทั้งภาครัฐ และเอกชน ออกมาเคลื่อนไหวให้การสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี อย่างคึกคัก ทั้งกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ รวมถึงสถาบันการเงิน อย่างธนาคารต่างๆ ที่มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของเอสเอ็มอีที่แตกต่างกัน

วันก่อน ประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม กล่าวในการเปิดงาน Posttoday K SME Expo ว่า ตอนนี้สิ่งที่กระทรวงอุตสาหกรรมโดยที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้ทำหน้าที่แค่ส่งเสริมผู้ประกอบการทั้งรายเดิมและรายใหม่ให้เข้มแข็ง ด้วยองค์ความรู้ใหม่ๆ เท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่หาตลาดใหม่ๆ ให้ด้วย เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไม่แพ้กลยุทธ์อื่นๆ

การหาตลาดของรัฐบาลดำเนินการทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ และต่างประเทศ การสร้างศูนย์กระจายสินค้าในหลายพื้นที่เพื่อให้ประชาชน ผู้บริโภค ได้เข้าถึงสินค้าของเอสเอ็มอี รวมถึงสินค้าชุมชน ซึ่งเชื่อว่าไม่แพ้ชาติใดในโลก แต่รัฐบาลคงหยุดไม่ได้ ต้องพัฒนาต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

การดำเนินการของรัฐบาลไทยในการส่งเสริม สนับสนุนเอสเอ็มอี เป็นทิศทางเดียวกับประเทศอื่นๆ ตัวอย่าง ประเทศสิงคโปร์ รายได้หลักของประเทศถึง 50% มาจากธุรกิจเอสเอ็มอี และเป็นธุรกิจที่ทำให้เกิดการจ้างงานในประเทศถึง 70% ดังนั้น รัฐบาลสิงคโปร์จึงดำเนินนโยบายสนับสนุนและส่งเสริมศักยภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก ด้วยการเน้นเพิ่มผลผลิต การสร้างนวัตกรรม และการพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยเฉพาะ 3 ด้านหลัก คือ การส่งเสริมนวัตกรรมใหม่ๆ (Innovation) การให้บริการด้านทรัพย์สินทางปัญญา และส่งเสริม Productivity & Technology

ทั้งนี้สิงคโปร์เน้นความสำคัญของธุรกิจระดับ SMEs เนื่องจากเป็นตัวหลักสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของสิงคโปร์ โดยรายได้หลักของประเทศถึง 50% มาจากธุรกิจ SMEs และธุรกิจ SMEs ทำให้เกิดการจ้างงานในประเทศถึง 70% ดังนั้น รัฐบาลจึงดำเนินนโยบายสนับสนุนและส่งเสริมศักยภาพของ SMEs ในสิงคโปร์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก โดยเน้นการเพิ่มผลผลิต การสร้างนวัตกรรม และการพัฒนาฝีมือแรงงาน ซึ่งมีการสนับสนุนและพัฒนา SMEs ใน 3 ด้าน ได้แก่ ส่งเสริมนวัตกรรมใหม่ๆ (Innovation) การให้บริการด้านทรัพย์สินทางปัญญา และ ส่งเสริม Productivity & Technology

สำหรับการส่งเสริมนวัตกรรมใหม่ๆ (Innovation) : สิงคโปร์เน้นการคิดสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ และได้วางเป้าหมายที่จะพัฒนาประเทศให้เป็นศูนย์กลางทางความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมแห่งเอเชีย มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมและความสามารถในการผลิต (Innovation & Productivity) ของภาคอุตสาหกรรมการผลิตในสิงคโปร์ และการให้บริการในด้านต่างๆ เช่น ข้อมูล/สถานการณ์แนวโน้มด้านการผลิต จัดโปรแกรมฝึกอบรมการให้คำแนะนำแก่บริษัทในการจัดเตรียมแผนการ เครื่องมือ การค้นคว้าวิจัย และแนวทางต่างๆ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของผลผลิต ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก อีกทั้งสามารถปรับภาวะการผลิตสินค้าในสิงคโปร์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

ขณะที่ประเทศอื่นในอาเซียน มีการส่งเสริมผู้ประกอบการแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมเช่นเดียวกัน เช่น ในมาเลเซีย มีนโยบายให้สินเชื่อดอกเบี้ย 2% แก่ผู้ประกอบการ ดิจิตอล คอนเทนต์ จำนวนมาก และหากเป็นผู้ประกอบการจากต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนจะได้รับการคืนภาษีจำนวน 30% เป็นต้น

ดูเหมือนว่านอกจากมาตรการส่งเสริมสนับสนุนในด้านต่างๆ เพื่อช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการแล้ว มาตรการทางการเงิน หรือสิทธิพิเศษด้านภาษี อาจเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ภาครัฐควรพิจารณา เพราะนอกจากจะช่วยสร้างความเข้มแข็งแล้ว ต้องมีแรงจูงใจด้วย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ